Vivat menu
[คลิก อ่าน ต้นฉบับของ พล.โท วิวัฒน์ วิสนุวิมล ระยะที่ ///]
Road Map แห่งประเทศอังกฤษ
 


**สิ่งนี้ทำให้อังกฤษส่งต่อ
อุมการณ์ชาติรัฐให้แก่ประชาชนพลเมืองรุ่นต่อๆไปได้รุ่นต่อรุ่น และทำให้ประชาชนพลเมืองอังกฤษมีพฤติกรรมทางสังคมเศรษฐกิจการเมืองการปกครองที่สอดคล้องต้องกัน โดยไม่ต้องมีรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายพื้นฐานของประเทศเป็นลายลักษณ์อักษร**/K-P
@ผมขออนุญาต นำ Road map ของชาติมหาอำนาจ (อังกฤษ) มาวางข้างเคียงกัน เพื่อการเปรียบเทียบ..มิใช่
มาแสดงว่าเขาเก่งกว่าเรานะรับ เพียงแต่ เพื่อการพินิจพิเคราะห์ ให้เราได้เกิดความคิดใหม่ๆครับ...ผมจะ post ไว้เพียง 1 วันนะครับ (ก่อนที่จะสรุป Road map ของไทย ให้เหลือแผ่นเดียว)  ....  จะเห็นได้ว่า การสร้างชาติให้แข็งแกร่ง เป็นงานยาว ที่ต้องมีขั้นตอน เสมือนการสร้างบ้าน ต้องทำดังนี้...ตอกเสาเข็ม (ตึกยิ่งสูงเข็มต้องยิ่งยาวและมีหลายต้น) มีการเทคาน ผูกเหล็กทำต่อหม้อ...แล้วรอให้ปูนแห้ง จึงก่ออิฐฉาบปูน แล้วจึงทาสี ...หากจะต่อยอด ก็ต้องคำนึงถึงรากฐาน ว่าแข็งแรงหรือเปล่า?...ขอโทษผู้รู้ทั้งหลายนะครับ@/G-V

@
ประเทศอังกฤษเท่านั้นที่สามรถปฏิรูปการปกครองควบคู่กัการดำรงไว้ซึ่งระบอบกษัตริย์ การหล่อหลอมวิถีชีวิตของประชาชนให้เข้ากับอุดมการณ์ของชาตินั้นอังกฤษใช้สภาพแวดล้อมที่ให้เกิดความรู้สึกร่วม เช่น การมีสถานที่ความทรงจำทางประวัติศาตร์ (Historical sites) มีอนุสรณ์สถาน มีพิพิธภัณฑ์ มีสวนประชาชน มีที่ประชุมชุมชน ฯลฯ เพื่อให้ทุกคนรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของประเทศ และรับผิดชอบร่วมกัน

ระยะที่ ๑
การวางพื้นฐานให้แข็งแกร่ง(
ก่อนคริสตกาล-ค.ศ.๑๐๖๖)
การกำหนดเป้าหมายแห่งเกียรต
ิยศ เพื่อเป็นแนวทางยุทธศาสตร์ความมั่นคง และการบริหารจัดการแผ่นดิน แก่ประเทศอังกฤษและประเทศในเครือจักรภพที่มีราชินีแห่งอังกฤษเป็นประมุข

อังกฤษใช้ "อุดมการณ์" (Ideology) ที่วางอยู่บน "คุณธรรมและความยิ่งใหญ่" (Noble and Glory) ซึ่งเชื่อมต่ออารยะธรรมกรีกแ
ละโรมัน ซึ่งประกอบด้วย "เสรีภาพ ความจริง และความยุติธรรม" เป็นฐานกำหนด "ยุทธศาสตร์แห่งชาติ"

ประเทศอังกฤษเชื่อว่า ทุกชนเผ่าต้องการตำนาน(Lege
nd) และนิทานชาวบ้าน(Folk lore) ต้องการวีรบุรุษและวีรสตรี (Hero and Heroin) สืบเนื่องกันหลายชั่วอายุคนเพื่อจรรโลงเผ่าพันธุ์ และสั่งสมพลังจิตวิญญาณ (Spiritual Strength) ให้แก่ประเทดังนี้

Tower of London ณ ที่นี้เมื่อ ค.ศ. ๑๐๖๖ ชนเผ่าจากทะเลเหนือเข้ายึดเ
กาะอังกฤษ สถาปนาราชวงศ์ใหม่ จุดยุทธศาสตร์นี้สามารถตรวจการแม่น้ำ Thames เกือตลอดสาย ปัจจุบันเป็นที่เก็บมงกุฎเพชรและคฑาศักดิ์สิทธิ์ของกษัตริย์
อนุสาวรีย์และอนุสรณ์สถาน
*Boadicea ปฐมราชินีอังกฤษ ผูู้พลีในสนามรบอันนองเลือด
ที่สุดกับกองทัพโรมันผู้ปลุกฝังวัฒนธรรมผู้กล้า "ไม่กลัวแม้กระทั่งความตาย แล้วจะมีอะไรให้กลัวอีก" อนุสาวรีย์ของพระองค์ยืนตระหง่านบนรถม้าศึก สูงกว่าอนุสาวรีย์ใดในลอนดอ
*Achilles เทพบุตรนักรบในตำนานกรุงทรอ
ย ที่สตรีในลอนดอนร่วมกันบริจาคเงินสร้างรูปปั้น เพื่อให้ชายทุกคนได้รู้ว่า "ชายในฝันที่หญิงปารถนาควรมีลักษณะอย่างไร?"
*King Alfred กษัตริย์ชาติพันธุ์แองโกล-แ
ซกซอน(Anglo-Saxon) เพียงผู้เดียวที่เป็นมหาราช ผู้ก่อตั้งโรงเรียน ระบบประปา ท่อระบายน้ำ เป็นเจ้าของตำนาน "นักรบ-นักสร้างสรรค์" จิตวิญญาณแองโกล-แซกซอนนี้ ขยายสายพันธุ์ไปทั่วอเมริกาในปัจจุบัน
@@Alfred the Great ษัตริย์ชาติพันธุ์แองโกล-แซ
กซอน(Anglo-Saxon) เพียงผู้เดียวที่เป็นมหาราช
@อายุจึงเป็นเรื่องสมมติ ห้องเรียนคือโลกกว้าง ความจริงคือความรู้ และความรู้จริงขับเคลื่อนความก้าวหน้า@
**King Charles II ได้ขอร้องให้หนุ่มสาวที่อาย
ุ ๑๘-๒๔ ปี ให้หาอนาคตในต่างแดน (รวมทั้งนาย White กัปตันเมืองมะริดของสยาม) ที่สร้างตำนานสำเภาใหญ่อันลือลั่น โต้คลื่นไปทั่วโลกโดยมีเจ้าของเรือเป็นเด็กหนุ่มสาวที่มีทหารเป็นผู้คุ้มครองสนับสนุน ร่วมมือกันบุกเบิกตลาดการค้า (Trading Posts) ไปทุกแห่งหนที่ห่างไกลและไม่คุ้นเคย เพื่อเพิ่มหนทางประกอบอาชีพ ฝึกฝนคนให้มีความเชี่ยวชาญหลากหลาย (Multiple Functioning) อายุจึงเป็นเรื่องสมมติ ห้องเรียนคือโลกกว้าง ความจริงคือความรู้ และความรู้จริงขับเคลื่อนความก้าวหน้า..**

การวิวัฒนาการของระบอบกษัตริย์กับระบอบรัฐสภาของอังกฤษ มีการต่อสู้กันถึงขั้นสงครามกลางเมืองหลายครั้ง จนถึงขั้นยกเลิกระบอบกษัตริย์ไประยะหนึ่ง แต่การปรับความคิดให้ตรงกันโดยสร้างความสมดุลไม่เฉพาะด้านความร่ำรวย (Wealth) ความสุข (Happiness) วิชาการ (Academic) พลังอำนาจ (Military) แต่รวมถึงด้านเกียรติภูมิ (Honors) ศักดิ์ศรี (Prestige) และความยิ่งใหญ่ (Glory) ด้วย ประสบการณ์การอุ้มชูและถ่ายเทกันและกันนี้ ได้กลายเป็นปรัชญา(Philosophy)ชีวิตต้นแบบประชาธิปไตยอังกฤษโดยไม่ต้องมีรัฐธรรมนูญ


ระยะที่ ๒
การรวมชาติให้เป็นหนึ่งเดีย
ว ค.ศ. ๑๐๖๖-๑๘๐๐
การพัฒนาสังคมเพื่อการอยู่ร
่วมกันระหว่างระบอบกษัตริย์-ระบอบรัฐสภา (Feudalism-Modern)(ใหม่-เก่า) และอนุรักษ์นิยม-ก้าวหน้า
การวิวัฒนาการของระบอบกษัตร
ิย์กับระบอบรัฐสภาของอังกฤษ มีการต่อสู้กันถึงขั้นสงครามกลางเมืองหลายครั้ง จนถึงขั้นยกเลิกระบอบกษัตริย์ไประยะหนึ่ง แต่การปรับความคิดให้ตรงกันโดยสร้างความสมดุล ไม่เฉพาะด้านความร่ำรวย(Wealth) ความสุข(Happiness) วิชาการ(Academic) พลังอำนาจ(Military) แต่รวมถึงด้านเกียรติภูมิ(Honor) ศักดิ์ศรี (Prestige) และความยิ่งใหญ่ (Glory) ด้วย ประสบการณ์การอุ้มชูและถ่ายเทกันและกันนี้ ได้กลายเป็นปรัชญา(Philosophy) ชีวิต ต้นแบบประชาธิปไตยอังกฤษโดยไม่ต้องมีรัฐธรรมนูญ อีกทั้งยังสามารถปลูกฝังสามัญสำนึกทางจริยธรรม(Basic Conscience) โดยไม่ต้องเขียนบังคับไว้ในกฎหมาย

The Parliament สถานที่ King Charles I ถูกพิพากษาประหารชีวิต แต่พระโอรส King Charles II ไม่คิดแก้แค้น กลับคิดให้อังกฤเปิดประเทศ
และสนับสนุนให้ประชาชนทิ้งความคิดเดิม โดยมุ่งออกสู่ทะเล(ต่างประเทศ) เพื่อทำการค้าขาย
Hyde Park เป็นสวนสาธารณะของประชาชน สถานที่ต้นแบบประชาธิปไตย ที่ทุกคนสามารถกล่าวโจมตีรั
ฐบาลนอกรัฐสภาได้
St Paul's Cathedral and Westminster Abby สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่แต่ง
งานของเจ้าหญิง Diana และฝังพระศพบูรพกษัตริย์ มีนัยยะว่า ความรักกับความตายนั้นเป็นสิ่งศักดิ์ชั่วนิจนิรันดร์ เป็นบ่อเกิดของความคิดและปรัชญาสากลที่ลึกซึ้ง เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกดังนี้

*Adam Smith (1723-1790) ผู้ค้นคิดวิชาเศรษฐศาสตร์ยุ
คใหม่ ผู้ริเริ่มความคิดว่า เศรษฐกิจจะดีจะต้องมีการแข่งขันที่เป็นธรรม
*John Maynard Keynes (1883-1946) ผู้สนับสนุนบทบาทของรัฐในกา
รให้การช่วยเหลือเอกชนเมื่อมีปัญหา รวมทั้งการใช้วิธีประชานิยม (Populism) กระตุ้นเศรษฐกิจ
*John Lock (1632-1704) นักปรัชญาผู้สร้างความเสมอภ
าคจากการกระทำที่ดีงาม คำพูดของเขาที่โด่งดัง "ในสนามรบทุกคนฆ่ากันได้..ไม่ผิด แต่ห้ามหยิบเงินจากกระเป๋าของศพแม้แต่แดงเดียว เพราะมันเป็นของภรรยาและลูกๆของเขา.."
*Bertrand Russell (1872-1970) นักปราชญ์ภาคปฏิบัติคนสุดท้
าย ผู้กล่าวเตือนชาวตะวันตกทุกคนว่า "..ไกลสุดขอบฟ้าตะวันออก มีมนุษย์ตัวเล็กๆ ที่เรียกว่า ฉิน (จีน) ซึ่งผู้คนไม่ค่อยให้ความสำคัญ แต่เราชาวอังกฤษจะต้องรีบทำความเข้าใจพวกเขาอย่างเร่งด่วน อีกไม่ช้านาน "คนพวกนี้(คนจีน) จะเขย่าโลกจนถึงแก่น""

อังกฤษได้ขอให้ชาวอังกฤษก้า
วข้ามอดีต King Charles II ได้ขอร้องให้หนุ่มสาวที่อายุ ๑๘-๒๔ ปี ให้หาอนาคตในต่างแดน (รวมทั้งนาย White กัปตันเมืองมะริดของสยาม) ที่สร้างตำนานสำเภาใหญ่อันลือลั่น โต้คลื่นไปทั่วโลกโดยมีเจ้าของเรือเป็นเด็กหนุ่มสาวที่มีทหารเป็นผู้คุ้มครองสนับสนุน ร่วมมือกันบุกเบิกตลาดการค้า(Trading Posts) ไปทุกแห่งหนที่ห่างไกลและไม่คุ้นเคย เพื่อเพิ่มหนทางประกอบอาชีพ ฝึกฝนคนให้มีความเชี่ยวชาญหลากหลาย (Multiple Functioning) อายุจึงเป็นเรื่องสมมติ ห้องเรียน คือโลกกว้าง ความจริงคือความรู้ และความรู้จริงขับเคลื่อนความก้าวหน้า..

@School, University, and Library
ระบบการศึกษาของอังกฤษเป็นแม่แบบของหลายประเทศ มีวิธีการหล่อหลอมคนให้แข็งแกร่งแต่สุภาพ (Gentleman) มีการจัดสถานที่ฝึกปรือให้คนธรรมดาได้ทำเกินขีดจำกัดของมนุษย์ มีทุนให้เรียนโดยไม่ต้องใช้เงินคืน มีห้องสมุดใหญ่ที่สุดในลกรองรับทุกคน@


ระยะที่ ๓
การสร้างประชาชนให้มีคุณภาพ
(ค.ศ. ๑๖๘๘-ปัจจุบัน)
การสร้างความเข้มแข็งให้แก่
ภาคประชาชนด้วยการสนับสนุนให้ทุกคนพึ่งพาตนเองโดยกองทัพเรืออังกฤษได้ให้ความคุ้มครองแก่ทุกคนที่ต้องการทำการค้าทุกแห่งหนในโลก

วิวัฒนาการที่สำคัญนี้มุ่ง ปลูกฝังร่างกายและจิตใจให้ก
ล้าแกร่งในภาคสนาม ควบคู่ไปกับการปลูกฝังความรู้ในห้องเรียน ทั้งนี้เพื่อให้ความอยากรู้อยากเห็น (สัญชาติญาณของเด็กทุกคน) อยู่เคียงคู่ไปกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต การปลูกฝังอบรมเชิงปฏิบัติการจริงนี้ จะหล่อหลอมผู้คนให้มีบุคลิกภาพที่สมดุล มีร่างกายที่แข็งแกร่ง มีสมองและจิตใจที่มุ่งมั่นและมีใจกว้างพอที่จะแบ่งปันช่วยเหลือผู้อื่น สิ่งนี้จะกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมร่วม สร้างกำลังใจไปสู่ความสำเร็จในการทำงาน ความสำเร็จก็จะกลับมาสร้างความมั่นใจเพิ่มขึ้นอีก ต่อเนื่องเกื้อหนุนกันเป็นทวีคูณไม่รู้จบ นอกจากนี้อังกฤษยังเก็บรักษาเรื่องราวที่ผ่านมาอย่างละเอียดเพื่อกระตุ้นความคิดถึง เพื่อตอกย้ำการเรียนรู้และเป็นสักขีพยานถึงความกล้าหาญ ยกย่องในความมีอุดมการณ์ที่สูงส่งของบรรพชน....

School, University, and Library ระบบการศึกษาของอังกฤษเป็นแ
ม่แบบของหลายประเทศ มีวิธีการหล่อหลอมคนให้แข็งแกร่งแต่สุภาพ (Gentleman) มีการจัดสถานที่ฝึกปรือให้คนธรรมดาได้ทำเกินขีดจำกัดของมนุษย์ มีทุนให้เรียนโดยไม่ต้องใช้เงินคืน มีห้องสมุดใหญ่ที่สุดในลกรองรับทุกคน
Museum and Public Record Office อังกฤษมีพิพิธภัณฑ์และหอจดหม
ายเหตุ เพื่อเก็บรักษาเอกสารและสิ่งของในอดีต เพื่อกล่อมเกลาเยาวชนคนรุ่นหลังได้จดจำ กล่าวขวัญถึงและเอาเยี่ยงอย่าง
Honor for Statesman and Peerage system อังกฤษมอบคฤหาสน์และตำแหน่ง
แห่งเกียรติยศ คือ ตำแหน่ง "รัฐบุรุษ" ให้แก่ผู้ที่มีคุณูปการต่อประเทศ และมอบบรรดาศักดิ์แก่บุคคลที่ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ
Oxford Street เป็นถนนธุรกิจที่มีราคาแพงท
ี่สุดในโลก ที่เป็นสมบัติตกทอดมาให้ลูกชายคนโต หรือคนที่มีความสามารถที่สุดเพียงคนเดียว อังกฤษเชื่อว่าภารกิจศักดิ์สิทธิ์ของบรรพบุรุษเป็นที่จะดำรงไว้ซึ่งสายเลือดข้น จะแสดงออกที่การแบ่งมอบมรดก ว่า "ความเป็นธรรมนั้นไม่จำเป็นต้องแบ่งให้เท่าๆ กัน" เพราะการแบ่งให้เท่าๆ กัน โดยอ้างว่า มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันนั้น...จะใช้ในทุกกรณีไม่ได้

@North pole Expedition อังกฤษให้ทหารของตน "เดินเท้า" สู่ขั้วโลกเหนือ เพื่อสำรวจความเปราะบางของน้ำแข็งเมื่อกร้อนขึ้น การบุกเบิกในลักษณะนี้นอกจากจะดำรงความเป็นผู้นำในความรู้เฉพาะด้านแล้ว จะต้องสามารถยืนหยัดคำว่า พวกเราควรจะเตรียมตัวอย่างไร หาก "วันอันตรายนั้น" มาถึง@



ระยะที่ ๔
การก้าวเข้าสู่ความทันสมัย (ปัจจุบัน-อนาคต)
พื่อคงไว้ซึ่งแผ่นดินแห่งค
วามสำเร็จ อังกฤษสร้างโอกาสให้ทุกคนมุ่งสู่อนาคต ส่งเสริมและตอกย้ำบทบาทของตนในฐานะผู้นำทางวิทยาศาสตร์ และผู้นำ "วัฒนธรรมแห่งอนาคต" ประเทศหนึ่งที่กำลังบุกเบิกสู่โลกใหม่ดังนี้:-

วิถีชีวิตใหม่ (New Lifestyle)
ผลกระทบทางชีวภาพอันเนื่องม
าแต่การผันแปรของภูมิอากาศโลก (Global Climate Change) และ...
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี่เ
พื่อวิทยาศาสตร์แห่งชีวิต (Technology of Life Science)

ชีวิตยุคใหม่จะเป็นยุคที่โล
กเชื่อมต่อกัน ๒๔ ชม. ยุคที่เทคโนลยี่ให้กำเนิดเกษตรกรรมและปศุสัตว์สมัยใหม่ ปฏิวัติความเป้นอยู่และสุขภพของมนุษย์ สามารถอุ้มชูชีวิตกำลังยืนยวถึง ๑๐๐ ปี อังกฤษต้องการให้คนผูกพันกับวิทยาศาสตร์ เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี่เท่านั้น ที่จะขจัดการยึดติดกับผลประโยชน์เดิมๆ ด้วยวิธีสร้างเมล็ดเงินตราจกงานใหม่อังกฤษมุ่งสร้างต้นทุนมนุษย์ (Human Capital) ให้เกื้อกูลกันและกันโดยขยายพื้นที่เนื้องาน (Content) ของตลาดภายใน (Local Market) ควบคู่กับการหาตลาดในต่างแด

รัฐบาลจะจัดระเบียบ (regulat
e) ให้การวิวัฒนาการทางสังคม สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของชาติ โดยจะรวบรวมข้อมูลเชิงลึก ร่วมลงทุนทางการเงิน เปิดเนื้องานใหม่ และให้กำลังใจการมุ่งสู้อนาคตอย่างอบอุ่นใจเพราะมีเป้าหมายชัดเจน อยู่เคียงข้างในการเดินฝ่าทางคับขัน (Threshold) มีการแจ้งเตือนภัยและปกป้องให้ความคุ้มครองเมื่อความน่าเชื่อถือของประเทศอังกฤษถูกท้าทาย

Millennium Dome and London Eye อังกฤษสร้างชิงช้าสวรรค์ที
ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อแสดงความสามารถเชิงวิศวกรรม และสร้างเมืองแห่งเทคโนโลยี่ชั้นนำเพื่อรองรับอนาคต
Flood Prevention System อังกฤษสร้างระบบเตือนภัยน้ำ
ท่วม กลางแม่น้ำ Thames และวิจัยภัยจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
Scientific Exploration and Discovery
๓.๑ North pole Expeditions อังกฤษให้ทหารของตน "เดินเท้า" สู่ขั้วโลกเหนือ เพื่อสำรวจความเปราะบางของน้ำ
แข็งเมื่อลกร้อนขึ้น การบุกเบิกในลักษณะนี้นอกจากจะดำรงความเป็นผู้นำในความรู้เฉพาะด้านแล้ว จะต้องสามารถยืนหยัดคำว่า พวกเราควรจะเตรียมตัวอย่างไร หาก "วันอันตรายนั้น" มาถึง
๓.๒ Working in the Death Zone อังกฤษส่งแพทย์และนักวิทยาศ
าสตร์ ไปใช้ชีวิตใน "เขตแห่งความตาย" (Death Zone) ที่ระดับ ๒๔,๖๐๖ ฟุต บนยอดเขา Everest เพื่อศึกษาการสลายตัวอย่างช้าๆ ของเซลในร่างกายของสิ่งมีชีวิต เมื่อ Oxygen (เตรียมไปอยู่ต่างดาว)
๓.๓ Oxygen on the Moon ขณะนี้อังกฤษพยายามสกัด Oxygen จากคราบน้ำ H2O ใต้หินบนดวงจันทร์ เพื่อเตรียมที่อยู่ใหม่ให้แ
ก่มนุษย์ อีกทั้งจะได้เพิ่มน้ำหนักและหยุดยั้งแรงเหวี่ยงที่จะทำให้ลกถึงการวิบัติ ที่กำลังผลักดวงจันทร์ให้ห่งจากโลกปีละ ๓.๗๕ ซม. ทุกๆปี

London Market แม้ลอนดอนจะมุ่งสู่ความทันส
มัย แต่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่จะรองรับคนได้ทุกคน มีตลาดให้คนทุกระดับชั้น ฝึกฝนธุรกรรมเอสเอ็มอี ตลาดกลางแจ้งของลอนดอนมีอยู่ทุกมุมเมืองให้ทุกชนชั้นได้ซื้อขายเรียนรู้ ซึ่งเป็น "ประชาธิปไตยในชีวิตจริง"

Football Stadium ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีคนดูและ
เล่นมากที่สุดในโลก มีผู้เฝ้าดูอยู่สม่ำเสมอทุกวัน บางนัดมีถึง ๔๐ ล้านคน ในฐานะเจ้าตำรับ อังกฤษนอกจากจะใช้ฟุตบอลเชื่อมความสามัคคีของคนทั่วลกแล้ว กีฬายังฝึกทักษะทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อสุขภาพที่ดีและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

Tate Modern อังกฤษเชื่อว่า "ทุกคนมีสิทธิจะฝัน แม้ฝันนั้นจะไม่เป็นจริง" แต่การมีจินตนาการ (Imagination) เป็นสิ่งที่ดี เพราะความคิดสร้างสรรค์มาจา
กความฝันทั้งสิ้น อังกฤษสร้างตึกขนาดใหญ่กลางกรุง London ให้เป็นที่รวมของศิลปร่วมสมัย (Contemporary Art) ให้ศิลปินแสดงบทบาทร่วมฝัน  ทดสอบความฝัน และสานฝันต่อไปอีกว่า...."ความฝันของฉันวันหนึ่งวันหน้า...อาจกลายเป็นความจริงก็ได้"

@โรดแมบของอังกฤษมีนัยะ ดังนี้:-
การสร้างชาติ คือ การหยั่งลึกของไม้ยืนต้น มีความอดทนเป็นน้ำเลี้ยงควา
มเติบใหญ่ การหาจุดร่วมที่ก้าวหน้าร่วมกันทุกฝ่ายต้องเป็นสิ่งที่อยู่ในใจผู้นำรัฐบาลตลอดเวลา ความสำเร็จจะสร้างความภูมิใจไม่ย่อท้อในการทำงาน สิ่งนี้จะขยายเครือข่ายความรู้จริงมากกว่าการท่องจำแลลียนแบบ
การสร้างประชาธิปไตย คือ การขยายฐานอาชีพให้ประชาชน ให้มีโอกาสช่วยตนเอง สร้างข้าราชการทั้งฝ่ายพลรือนและทหารที่มีใจให้ประชาช ขจัดผู้มีอิทธิพลและการรังแกเอารัดเอาเปรียบกันและกั

Vivat menu