Northern students' memo about the Thai October politic movement histories

ประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวอันเนื่องมาแต่เหตุการณ์เดือนตุลา ๒๕๑๖ และเดือนตุลา ๒๕๑๙ จาก  ความทรงจำ ของ เพื่อนพ้องน้องพี่ นักศึกษากรรมกรชาวนาและ พี่น้องชนชาติบนดอยสูง เขตภาคเหนือตอนบน

 

กลั่นจากความทรงจำ

"จงสร้างบทเรียน เรียนรู้จากบทเรียน หมั่นสรุปบทเรียน ยกระดับบทเรียน ถ่ายทอดบทเรียน"

ส.เทอด/ส.เกษตร

 ตอนที่ ๑

“ความทรงจำของเรา”

ประวัติศาสตร์ การเคลื่อนไหว อันเนื่องมาแต่ เหตุการณ์ เดือนตุลา ๒๕๑๖ และเดือนตุลา ๒๕๑๙  ของ เพื่อนพ้องน้องพี่ นักศึกษา กรรมกร ชาวนา และพี่น้องชนชาติบนดอยสูง เขต ภาคเหนือตอนบน หากไม่กล่าวถึง บทบาทของ “โครงงานชาวนา” ของ ศูนย์กลางนักศึกษาภาคเหนือ แล้วไซร้ บทบันทึกประวัติศาสตร์ในบางตอนนั้นย่อมไม่สมบูรณ์ และขาดชีวิตชีวา

 โครงงานชาวนา (๑)" ไม่ใช่เป็นแต่เพียง ศูนย์รวมนักศึกษาภาคเหนือ ที่คอยประสาน ช่วยเหลือสนัสนุนการเคลื่อไหว เรื่องค่าเช่านาของชาวนาภาคเหนือตอนบน เท่านั้น แต่ โครงงานชาวนา ยังเป็น แหล่งเชื่อมต่อ ระหว่าง นักเรียนนักศึกษาอาสาสมัครที่อุทิศตัว กับ มวลชนชาวนา ชาวไร่ ที่ กำลังเคลื่อนไหว ต่อสู้กับความอยุติธรรมนานา, ยังเป็น โรงเรียนการเมืองและการต่อสู้ทางชนชั้น ระหว่าง มวลชนชาวนาและปัญญาชน กับ อำนาจรัฐและตัวแทนอำนาจรัฐปฏิกิริยา ในขณะนั้น, ยังเป็น แหล่งฝึกฝนตนเอง บ่มเพาะจิตใจที่ปฏิวัติ ของ ผู้ปฏิบัติงานชาวนา ให้ เรียนรู้การต่อสู้ทางชนชั้น กล้าต่อสู้ กล้าเอาชนะ ไม่กลัวความลำบาก ไม่กลัวตาย ยกระดับเป็น นักปฏิวัติชาวนาและปัญญาชน ที่ก้าวหน้า, ยัง เป็นแนวหน้าในเขตที่ราบ ให้กับอำนาจรัฐแดง วางรากฐานงานบุกเบิกเขตงานใหม่ ที่ปฏิวัติ อง พคท.

ที่สำคัญ “โครงงานชาวนา(๒) ยัง เป็นผู้แต่งแต้มให้การเคลื่อนไหวต่อสู้ของชาวนาชาวไร่และปัญญาชนภาคเหนือตอนบน มีสีสรร มีชีวิตชีวา ควรค่าแก่การทรงจำ ของ นักต่อสู้เพื่อชาติและประชาธิปไตย ที่ไม่รู้เลือน

เรา ในฐานะผู้ปฏิบัติงานชาวนา สมาชิกคนหนึ่งในหมู่มวลสมาชิกของโครงงานชาวนา ได้เรียนรู้ ฝึกฝน บ่มเพาะตนเองอยู่ท่ามกลางมิตรสหายผู้ปฏิบัติงาน ชาวนาชาวไร่และผู้นำสหพันธ์ชาวนาฯ ท่ามกลางการเคลื่อนไหวและการต่อสู้กับอำนาจรัฐและตัวแทนอำนาจรัฐปฏิกิริยา ในแอ่งใหญ่เชียงใหม่ และบนดอยสูงของภาคเหนือ ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงแม้นไม่ยาวนัก แต่ เป็นช่วงของชีวิตที่ถูกเคี่ยว ท้าทาย เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ระหว่างความเห็นแก่ตัวกับการอุทิศตัว ระหว่างความกลัวกับความกล้า ระหว่างความโอหังกับความถ่อมตน ระหว่างความเป็นกับความตาย เป็นช่วงชีวิตที่ได้เรียนรู้บทเรียน และสร้างบทเรียนที่สำคัญ เรียนรู้ที่จะแปลนโยบายให้เป็นรูปธรรม แปลรูปธรรมให้เป็นแนวปฏิบัติ และทำให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างยืดหยุ่นพลิกแพลง

เป็นช่วงชีวิตสั้นๆ แต่เป็นรากฐานสำคัญสำหรับเรา ในการเรียนรู้ วิธีคิด วิธีทำงานให้กับตนเอง เป็นความภาคภูมิใจในชีวิต ที่ครั้งหนึ่ง เราได้อุทิศตัวเองให้กับความใฝ่ฝัน ให้กับคุณค่าของความมีชีวิตอยู่ แม้เวลาผ่านไป เราไม่เคยรู้สึกเสียใจ หรือเสียดายกับเวลาและโอกาส ที่หลายคนบอกว่าเป็นช่วงเวลาของความเจ็บปวด โง่เง่าและสูญเสีย กาลเวลาผ่านไปหลายปี แม้เราจะจำจดรายละเอียดในช่วงชีวิตนั้นไม่ได้ แต่เรารู้สึกถึงมันได้ มันเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณเรามาจนถึงทุกวันนี้

ความทรงจำ ที่เราพยายามจะรำลึกถึง ต่อไปนี้ เป็นความทรงจำ ของ เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น เวลา สถานที่ และชื่อมิตรสหายมากมาย ในช่วงเหตุการณ์นั้น สำหรับเรา ได้พยายาม "ลืม" ลืมมันเสีย ด้วยไม่แน่ใจว่าสักวันหนึ่ง ที่เหล่าอมิตรจะบังคับ ให้เราพูดออกมา การขุดเอาความทรงจำที่เก็บลึกไว้ในใจ จะขาดรายละเอียด ชื่อมิตรสหาย และคลาดเคลื่อนได้ เป็นความทรงจำ ที่อาจปนเปื้อนความรู้สึกนึกคิดในปัจจุบัน เข้าไปด้วย ในแง่ความรู้สึก และความเห็น ที่บอกเล่านี้ เป็นมุมมอง ในจุดที่เรายืนอยู่ ย่อมไม่กระจ่างชัด และเข้าใจผิดในอีกหลายๆ แง่มุม เหล่าหมู่สหายที่ได้สดับรับรู้ ก็ได้โปรดช่วยเข้ามาเสริมแต่ง ให้ความทรงจำของเรานั้นสมบูรณ์ ความทรงจำ ที่จะรำลึกนี้ จะไม่ลำดับเวลา และไม่จำเป็นต้องลำดับเวลา เพราะมันเป็นความทรงจำ

ส. เทอด

13 .ค. 49

ถั่งโถมโหมแรงไฟ

เรื่องบันทึก /main menu / new update // / กลับ หน้าสารบัญ / ไป ตอนที่ ๒

first date 15 Oct. 2006