Northern students' memo about the Thai October politic movement histories

ประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวอันเนื่องมาแต่เหตุการณ์เดือนตุลา ๒๕๑๖ และเดือนตุลา ๒๕๑๙ จาก  ความทรงจำ ของ เพื่อนพ้องน้องพี่ นักศึกษากรรมกรชาวนาและ พี่น้องชนชาติบนดอยสูง เขตภาคเหนือตอนบน

เรื่องเล่า/เรื่องแต่ง

จากความทรงจำของอดีตนักศึกษาวิดวะ 19 [จิ๊กซอร์อีก ๑ชิ้น]

ปี พ.ศ.2516 ขณะที่ยังเรียนชั้น ม.ศ.3 อยู่ที่ ร.ร.อัสสัมชัญลำปางอยู่ช่วงนั้นกำลังมีเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 อยู่ ตอนเข้าแถวเคารพธงชาติก่อนเข้าชั้นเรียน มาสเตอร์ประจำชั้น ก็จะมาเล่าเหตุการณ์ต่างเกี่ยวกับบ้านเมืองว่ากลุ่มนักศึกษานำโดย ธีรยุทธ บุญมี, เสาวณีย์....., ประพัฒน์ แซ่ฉั่ว(ไอ้ก้านยาว), สมบัติ ธำรงธัญวงศ์, เสกสรรค์....ฯลฯ ได้ชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยจากรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร อยู่ มีแกนนำนักศึกษาถูกจับไปหลายคนบ้าง มีเหตุการณ์ทหารยิงนักศึกษาบ้าง......ฯลฯ ตอนนั้นเราฟังดูแล้วก็ยังไม่เข้าใจอะไรเท่าที่ควร ยังนึกเกลียดนักศึกษาเหล่านั้นว่าทำให้บ้านเมืองวุ่นวายสับสน(ฝ่ายซ้าย) เพราะเราเองเป็นลูกทหารอยู่ในค่ายทหารมาตลอด(ฝ่ายขวา) จึงนึกว่าก็น่ากำราบกลุ่มนักศึกษาเหล่านี้เสียบ้างเพราะพ่อแม่ส่งให้ไปเรียน ไม่ใช่ส่งให้ไปทำกิจกรรมรวมกลุ่มชุมนุมประท้วงโน่นนี่ไปหมด การปกครองบ้านเมืองก็ควรจะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล นักศึกษาไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวด้วย

พอเข้าเรียนในมัธยมศึกษาตอนปลายที่ ร.ร.บุญวาทย์วิทยาลัย พ.ศ.2517-2518 ช่วงนั้นก็เป็นช่วงของประชาธิปไตยค่อนข้างจะเบ่งบานและมีข่าวคราวเรื่องนักศึกษา ที่หนีเข้าป่า มีเรื่องของพื้นที่สีแดง สีชมพู ในหลายๆ พื้นที่ของจังหวัดทางตอนเหนือ มีการปะทะกันระหว่างทหารกับกลุ่มที่เรียกว่า คอมมูนิสต์และนักศึกษาหัวเอียงซ้ายเสมอๆ จนกระทั่งเราสอบโควต้า entrance ภาคเหนือรุ่นแรกเข้า ม.ช.ได้ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ในปี 2519

พอได้เริ่มย่างก้าวเข้าไปเรียนในรั้วของร่มแดนช้างชูคบเพลิง ช่วงแรกๆทางคณะฯ ก็มีการรับน้องโดยใช้ระบบ SOTUS ที่ค่อนข้างจะเข้มงวดมาก พวกเรารู้สึกถูกกดดันมาก ไหนจะเรียน ไหนจะเข้าห้องเชียร์มีกิจกรรมอยู่ ไม่เว้นแม้แต่ตอนกลางวัน ต้องรีบกลับมาทานข้าวที่คณะฯเป็นประจำ และก็เข้าห้องประชุมเชียร์ มีการตะโกนเรียกชื่อกันทุกครั้งว่ามาครบหรือไม่ ใครที่ไม่มาก็จะถูกรุ่นพี่ที่เป็น ว้ากเกอร์ เข้ามาห้อมล้อมรุมถามคนที่อยู่รหัสใกล้กันว่า "เพื่อนไปไหน" ถ้าตอบไม่ได้ก็ต้องถูกทำโทษเป็นรายตัวบ้าง แต่ถ้าวันไหนขาดเยอะๆ ก็จะโดนทำโทษทั้งหมด โดยการวิ่งผ่านคณะศึกษา คณะเกษตรและกลับเข้ามาที่คณะวิศวะ เสร็จแล้วก็ขึ้นประชุมชั้น 4 ปิดหน้าต่างหมดทุกบาน ให้น้องปีที่ 1 ร้องเพลงเชียร์ หรือไม่ก็จะเงียบไม่พูดไม่จา บรรยากาศตอนนั้นเราเองก็บอกไม่ถูก บางครั้งเราก็คิดเสียว่าเป็นธรรมเนียมของวิดวะฯที่เขาทำกันมาทนๆ ไปเถอะเดี๋ยวก็ผ่านพ้นไปแล้ว

แต่บางครั้งเราก็อดคิดไม่ได้ว่าพี่ๆเขาเป็นบ้าอะไรไปหรือเปล่า มีเพื่อนๆ 2-3 คนเสียประสาทไปเลย ต้องยกเว้นให้ ไม่งั้นคงต้องเข้าโรงพยาบาลสวนปรุงเป็นแน่เลย.....

ทีนี้พอตอนบ่ายพวกเราต้องไปเรียนที่ตึกวิทย์ฯกัน บางคนก็มีรถไป บางคนก็เดินไป พอไปถึงก็นั่งด้านหลังตลอดเพราะ คณะแพทย์ เภสัช ทันตะ เทคนิคฯ พยาบาลและคณะอื่นๆ เขานั่งกันหมด มาก็มาช้าอาจารย์สอนไปแล้วอย่างน้อยก็ประมาณ 15 นาที แถมไม่พอเหงื่อนี้โชกเต็มตัวเลย ซักพักพอเย็นได้ที่พวกเราก็นั่งหลับกันเป็นแถว(แม้ก็จะเอาแรงที่ไหนมาเรียนหละครับ...)

พอตกเย็นถ้าวันใหนไม่มีประชุมเชียร์เราเองก็จะเดินไปฟังการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษา สมช. ตามสนามวอลเลย์ฯ หน้าหอซิกแซกบ้าง นั่งฟังเพลงโฟล์คซองเพื่อชีวิต ฟังไฮปาร์คจากพี่ๆบ้าง บรรยากาศในช่วงนั้นจะมีกิจกรรมแบบนี้บ่อยมากๆ เลย

การฟังเพลงก็สนุกดี และได้เนื้อหาของเพลง ที่สะท้อนชีวิตและการต่อสู้ ของ กลุ่มนักศึกษา และพรรคคอมมูนิสต์หรือประชาชน ที่ต้องการอำนาจคืนให้กับประชาชน แต่บ้างครั้งการอภิปรายหนักๆ โจมตีการทำงานของรัฐบาล มหาวิทยาลัย ข้าราชการเราเองยังฟังไม่เข้าใจดีนัก เนื่องจากพื้นฐานเราเองเคยอยู่แต่ในค่าย(ทหาร)มาตลอดยังแยกแยะไม่ออก  จึงได้แต่มานั่งฟังเพลงเพื่อชีวิตซึ่งเรายังจำชื่อเพลงได้หลายเพลงและร้องคลอได้อีก เช่น คนกับควาย ข้าวคอยฝน คืนรัง นกพิราบขาว ..ฯลฯ อะไรทำนองนี้อีกหลายๆเพลงพอขึ้นทำนองเราก็สามารถร้องคลอได้...

[ Short note form the writer "วิดวะ 19": ขอจบตอนแรกแค่นี้ก่อนนะครับ ไว้จะมาเล่าต่อตอนตำรวจและทหารค้นห้องพักเพื่อน นาย----  ---จิว หนีเข้าป่าหลัง 6 ตุลาคม 2519     ......................หวังว่าคงพอเป็นจิ๊กซอส่วนหนึ่งนะครับ.......แค่เริ่มต้นเท่านั้นเอง ]

.

[หมายเหตุ บก. 2519me.com : เนิ่นนานปานนี้คงไม่มีตอนที่สองที่สาม ฯลฯ ตามมาแล้วหละโนะ!]

ดอกไม้

main menu /มาฟังเพลง/ new update /main page

first date 7 March 2005