Me-myselfตุลา.2519-แด่ความทรงจำของตัวฉันเอง 

Yesterday's Me

 

องค์กรนักศึกษา ของ มช.ช่วงปี 2518-2519

เกี่ยวกับ องค์กรนักศึกษา มช.   ช่วงปี 2518-2519  เอาเฉพาะที่เรียกได้ว่า เป็น "ฝ่ายก้าวหน้า" หรือ "ฝ่ายซ้าย" ที่ เป็น แกนนำ การเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งภายในภายนอกมหา'ลัย ในช่วงนั้น เท่าที่ฉันจำได้ เท่าที่มองเห็น ฉันว่า น่าจะมีอยู่ 3-4 องค์กร ซึ่งก็น่าจะเป็น พรรคประชาธรรม กลุ่มผู้หญิง มช. สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ  โครงงานชาวนา ทั้ง 4 องค์กรนี้ น่าจะเป็นองค์กรนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ที่มี นักศึกษาจากหลาย ๆ คณะมาทำงาน/ทำกิจกรรม ร่วมกัน

พรรคประชาธรรม เท่าที่ฉันจำได้ พรรคประชาธรรม เป็นพรรคนักศึกษา ใน มช. ที่มี กิจกรรมการเคลื่อนไหว  ทางการเมือง ภายในมหา'ลัย มากที่สุด  หมายถึง มีพรรคอื่นๆ ด้วยหรือไม่ รู้สึกจะมี แต่ฉันจำชื่อไม่ได้ คงน่าจะมีหลายพรรค ที่ประมาณว่า จะส่งตัวแทน หรือเป็น ฝ่ายสนับสนุนผู้สมัคร  แข่งขันกัน เข้าไปเป็นนายก และกรรมการสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อะไรประมาณนี้ ถ้าจำไม่ผิด

แต่ที่จำไม่ผิดแน่ๆ คือ พรรคประชาธรรม จะมีรู่นพี่ต่างคณะ ของฉันอยู่คนหนึ่ง คือ "พี่เนรศ" ที่จะเป็น "ตัวเปิด"  ขึ้นไป "ไฮปาร์ค" บนเวทีเวลามีการตั้งวงประท้วง ไม่ว่าจะเป็นที่ สนามหญ้า สนามบาส สนามฟุตบอล หรือ ตามใต้ถุนตึกคณะต่างๆ ในมหา'ลัย หรือ ที่ประตูท่าแพ นอกมหา'ลัย ฯลฯ พี่เขาพูดเก่งมาก ทั้งน้ำเสียง ท่วงทำนอง และท่วงท่า รวมทั้งเนื้อหาในการพูด พูดให้เห็นภาพ และเข้าใจสถานการณ์ได้เป็นฉากๆ  ฉันชอบไปนั่งฟัง เวลาพี่เขาขึ้นพูด และก็จะมีอีก ประมาณ 5-6 คน ที่มักจะเป็นตัว "ไม่เปิด" เป็นตัววางแผน เป็นตัวประสานงาน และ เป็นตัวสั่งการ อยู่ใต้ถุนเวที   และ หนึ่งในจำนวนนี้ เป็นรุ่นพี่ผู้หญิง จาก คณะวิดยาของฉัน ซึ่ง ฉันว่า พี่เธอเป็นตัวจักรสำคัญที่สุด คนหนึ่ง ของขบวนการ นักศึกษามหา'ลัยเชียงใหม่ ในยุคนั้น! [รู้สึก เมื่อเข้าป่าไป เธอน่าจะใช้ชื่อว่า สุแสง]

กลุ่มผู้หญิง มช. เป็นการรวมกลุ่มกันเฉพาะนักศึกษาหญิงชั้นปีต่างๆ จากหลายคณะ    ซึ่งจะทำกิจกรรม เคลื่อนไหว เกี่ยวกับสิทธิสตรี อะไรประมาณนี้

ประธานกลุ่ม ที่ฉันรู้จัก คนแรกปี 18 เป็นรุ่นพี่ จาก คณะวิดยา อีกคนหนึ่ง ของ ฉัน ซึ่งได้เข้าป่าไปหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา ปี 19 และ กลับออกจากป่า มาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ จำได้ว่า ฉันไปเยี่ยมเธอ ครั้งสุดท้าย ที่โรงพยาบาล เธอผอมมาก แต่ยังคงพูดคุย ได้เข้มแข็ง เหมือน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันเองเสียอีก ต้องแอบไปร้องไห้ ในห้องน้ำ ประธานกลุ่มปี 19 คน ต่อมา ที่ฉันรู้จัก เป็นรุ่นพี่ผู้หญิง ถ้าจำไม่ผิด ก็น่าจะจากคณะมนุษย์ ซึ่งเข้าป่าไป อยู่ที่เดียวกันกับฉัน เธอพบรัก กับ หนึ่งใน 13 ขบถ เรียกร้องรัฐธรรมนูญ แต่ครั้งอยู่ในป่า จน ออกจากป่ามา สร้างครอบครัวกันต่อในเมือง และล่าสุด (ปี 2003) ฉันเห็นข่าวเธอจากหน้าหนังสือพิมพ์ เธอเป็น ดร. และยังคงเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสิทธิสตรี อยู่แถวๆ เชียงใหม่

สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นองค์กรที่เป็นทางการ ของ มหา'ลัย มีกิจกรรม ที่เป็นทางการ เช่น กิจกรรมรับน้องรถไฟ กิจกรรมกีฬาสี/กีฬาระหว่างมหา'ลัย กิจกรรมรับน้องเดินขึ้นดอย ฯลฯ ครอบคลุมทุกคณะ แต่ในปี 2518-2519 สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับ สโมสรนักศึกษาของมหา'ลัยอื่นๆ ด้วย โดยเท่าที่ฉันเห็น ก็มักจะสนับสนุนการเคลื่อนไหว ของ ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ด้วยการออกแถลงการณ์ สนับสนุนในประเด็น ข้อเรียกร้อง ต่างๆ ที่ได้มีการเคลื่อนไหวกันในยุคนั้น และด้วยการเข้าร่วม การจัดชุมนุมประท้วง ทั้งภายในและภายนอกมหา'ลัย

โดยในช่วงปี 18 นายกสโมสรฯ มาจากนักศึกษาคณะแพทย์ ถ้าจำไม่ผิด ก็น่าจะเป็น "พี่วัชระ" จำนามสกุลไม่ได้ แต่ในช่วงปี 19 นี่จำได้แน่ๆ ว่า นายกสโมสรฯ ก็มาจากคณะแพทย์อีก เป็น "พี่จา" ซึ่งต่อมาหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ก็เข้าป่าไป อยู่ที่เดียวกันกับที่ฉันอยู่ และกลับออกจากป่า มาพร้อมกันกับกลุ่มของฉัน และเพื่อนของฉันกับรุ่นพี่คนอื่น / ซึ่งฉันคลับคล้ายคลับคลาว่าที่ กลับออกจากป่า มาด้วยกันเที่ยวนี้ น่าจะมีอยู่ด้วยกันสัก 5-6 คน ก็มีฉัน มี "พี่จา" มีรุ่นพี่ผู้หญิง จากคณะวิดยา ของ ฉันคนหนึ่ง แล้วก็ มีเพื่อนฉัน อดีตนักศึกษาจากคณะมนุษย์ แล้วใครอีก 2-3 คน จำไม่ได้/ จำได้ว่า ช่วงแรกๆ ที่ออกจากป่า ฉันเห็น "พี่จา" เธอใช้เวลาช่วงหนึ่ง ไปกับการพบปะผู้คน เพื่อรับฟังสถานการณ์ในเมืองกับคนโน้นที คนนี้ที โดยเฉพาะกับเพื่อนผู้หญิง จากคณะวิดยา ของฉันคนหนึ่ง / ซึ่งไม่ได้เข้าป่า แต่ยังเรียนหนังสือต่อ อยู่ในเมืองหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19/  แล้วอย่างไรก็ไม่รู้ ต่อมา ฉันก็ได้ข่าวเธอไปเรียนต่อเมืองนอก แล้วกลับมา เป็นนักการเมือง ตามอย่างคุณพ่อของเธอ ปัจจุบัน(ปี2004/2547) เธอเป็น รองนายกรัฐมนตรี คนหนึ่งของประเทศนี้

โครงงานชาวนา เป็นองค์กรของนักศึกษา มช. ที่มีคนทำงาน คนทำกิจกรรม มาจากหลายคณะ ที่ออกไปทำงาน ทำกิจกรรม ในเขตพื้นที่ชนบท กับชาวนาชาวไร่ ซึ่งนอกจากนักศึกษา มช. แล้วก็ยังมีนักศึกษาจากวิทยาลัยครู และนักเรียน จากบางโรงเรียนในพื้นที่ เขตจังหวัดภาคเหนือตอนบน

ฉันไม่รู้ว่า ใครเป็นอะไร ในองค์กรนี้ เพราะไม่เห็นตำแหน่ง การจัดตั้งอะไร ที่เป็นแบบแผนแน่นอน และสถานที่ทำการขององค์กรนี้ ก็ไม่ได้อยู่ในมหา'ลัย อยู่ตามบ้านเช่า ซึ่งจะเป็นที่พักพิง และที่ประชุมสรุปงาน รวมทั้งการประเมินสถานการณ์ ของ พวกนักศึกษา ที่กลับจากการไป "ออกชนบท" มา แต่ที่แน่ๆ ที่ฉันจำได้ ก็จะมีรุ่นพี่ผู้ชาย จากคณะศึกษาศาสตร์ คนหนึ่ง ที่ดูจะเป็นที่ "เชื่อถือ" ของคนอื่นๆ เป็นคนเดียวกับที่ฉันเห็น เมื่อตอนออกค่ายครั้งแรก ที่อำเภอแม่เลียงจังหวัดลำปาง ที่พี่เธอกลมกลืน ไปกลับชาวบ้านมาก จนฉันเข้าใจผิด คิดว่าเธอเป็นชาวบ้านคนหนึ่ง ในละแวกนั้น ซึ่งช่วงที่ฉัน ยังอยู่ในป่า เธอก็เข้าๆ ออกๆระหว่าง "ป่าเก่า"/ เขตฐานที่มั่นของ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) กับ "ป่าใหม่"/ เขตงานใหม่ของ พคท. ซึ่งเธอเป็นผู้บุกเบิก และเธอเสียชีวิตไป ก่อนที่นโยบาย 66/2523 ของฝ่ายรัฐบาล จะออกมามีผลบังคับใช้ เพราะเธอเผอิญไปเหยียบกับระเบิด    ในเขตงานใหม่  ของ พคท. ซึ่งเธอเป็นผู้บุกเบิกดังกล่าว นั้นเอง

นอกนั้นก็จะเป็นองค์กรระดับคณะ เช่น สโมสรนักศึกษาคณะต่างๆ ผู้แทนและกรรมการชั้นปีต่างๆ ของคณะต่างๆ  ฯลฯ ซึ่งพูดไม่ได้แน่ชัดว่าจะเป็นฝ่ายไหน /ก้าวหน้า ล้าหลัง ซ้าย หรือขวา ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายไหนในคณะนั้นๆ จะช่วงชิงขึ้นไปเป็นแกนนำในองค์กรเหล่านี้

นอกจากนี้ ก็ยังมี ชมรม และกลุ่มต่างๆ อีกหลายกลุ่ม หลายชมรม  ซึ่งก็น่าจะ มีทั้งฝ่ายก้าวหน้า ล้าหลัง ซ้ายหรือขวา หรือกระทั่งกลางๆ ? แต่ฉันจำไม่ค่อยได้ ว่ามีอะไร เป็นฝ่ายอะไรบ้าง แต่กลุ่มหรือชมรม ที่ยังติดอยู่ในความทรงจำฉัน ก็คือ กลุ่มหรือชมรมวรรณศิลป์ มช. กลุ่มหรือชมรมนี้ ทำอะไรบ้างก็จำไม่ได้อีกนั่นแหละ จำได้แต่ชื่อ จะเป็นพวกซ้ายหรือขวา ฉันก็เลอะๆเลือนๆ อยู่ ก็น่าจะเป็นฝ่ายก้าวหน้านะ ไม่งั้นฉันคงไม่น่าจะ จำชื่อได้?

กลุ่มหรือชมรมเหล่านี้ มักจะมีที่ทำการอยู่ตึกอาคารยูเนี่ยน? หากมีการประท้วงใหญ่ๆ ครั้งใด ฉันก็คลับคล้ายคลับคลา ว่า พวกโปสเตอร์ ป้าย หรือ ผ้าที่เขียนคำขวัญต่างๆ พวกนักศึกษาฝ่ายก้าวหน้า มักจะมารวมศูนย์กันผลิต ออกไปจากตึกนี้..

นักศึกษา และ แกนนำในองค์กรเหล่านี้ของ มช. ในสมัยนั้น ฉันถือว่า พวกเขาเป็น ฟันเฟืองตัวหนึ่ง ในหลายๆ ตัว ที่ได้ขับเคลื่อนผลักดัน ให้ประเทศนี้ เติบโต และ มีวุฒิภาวะเป็นอย่างที่มันเป็นอยู่ทุกวันนี้ ........

ไม่เป็นเผด็จการทหาร อย่างประเทศบางประเทศ หรือหลายประเทศในโลก หากกลับกลายมาเป็น   เผด็จการนายทุน    แม้ไม่เป็นอะไร     ที่  ดีเลิศประเสริฐศรี  นัก   แต่นั่น......ก็คงต้องปล่อย ให้เป็น   ภารกิจทางประวัติศาสตร์ ของ เยาวชน ยุวชน   และ ชนรุ่นต่อๆ จากพวกเขา/พวกฉัน กันแล้ว ละกัน  ที่จะสานต่อ การแก้ไข ผลักดันขับเคลื่อน กันต่อไปอย่างไรหรือไม่ต่างหาก!

สำหรับพวกเขาบางส่วน   ที่อาจจะยังมีชีวิต รอดอยู่มาจนถึงทุกวันนี้  ส่วนใหญ่   ก็อาจแปรเปลี่ยนกันไปบ้าง เพื่อความอยู่รอด หรือไม่ก็ อ่อนล้าร่วงโรย เกือบหมด หรือหมดพลังกันไป   รอวันที่จะ  ล้มหายตายจาก  และ บางส่วน ก็ได้เริ่มทยอยล้มหายตายจากกันไปบ้างแล้ว.....ตามกาลเวลา !?!

ก็เป็นเพียง ประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งนิ! ที่ถึงเวลา ก็เปิดขึ้นมา แล้วเมื่อถึงเวลา ก็ต้องปิดกันไป ?

 

สดุดีวีรชน 14 ตุลา

วีรชน เลือดเข้มข้น ด้วยรักชาติ สู้ทรราช มุ่งกู้ชาติ อย่างอาจหาญ ฝ่าห่ากระสุน หนุนเนื่องเป็นสายธารเผด็จการไม่อาจต้าน พลังร่วมสามัคคี (ซ้ำ)

วิญญาณ รักอิสระ ตราตรึงจิต อำนาจฟาสซิสต์ หมายมุ่งพิชิต ไม่เคยถอยหนี เลือดแดงรินไหล ทาทาบอาบปฐพี เกียรติเกริกก้องทั่วธรณี เสียงสดุดีกังวาน (ซ้ำ)

ประวัติศาสตร์ ของชาติไทย จารึกไว้ 14 ตุลา วันยิ่งใหญ่ เลือดไทยกล้าหาญ สืบทอดจิตใจ เทิดทูนอุดมการณ์ เพื่อเอกราชยืนนาน ประชาธิปไตยคงไว้คู่แผ่นดินไทย (ซ้ำ)

การเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักศึกษาเชียงใหม่ช่วงปี 2518-2519/ลักษณะพิเศษของ CMU / กิจกรรมการเคลื่อนไหว/me's main menu

 

Last up date 8 Oct. 20007