Northern students' memo about the Thai October politic movement histories (NTOctober)

ประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวอันเนื่องมาแต่เหตุการณ์เดือนตุลา ๒๕๑๖ และเดือนตุลา ๒๕๑๙ จาก  ความทรงจำ ของ เพื่อนพ้องน้องพี่ นักศึกษากรรมกรชาวนาและ พี่น้องชนชาติบนดอยสูง เขตภาคเหนือตอนบน

และแล้วการบันทึกประวัติศาสตร์ภาคประชาชนในส่วน ของ เพื่อนพ้องน้องพี่ นักศึกษา กรรมกร ชาวนา ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบน  ก็ได้รับการขานรับ     และ  ข้อมูลเริ่มนำทยอยส่งเข้ามา..โดยพี่วิเป็นเจ้าแรก...(ขอบคุณค่ะ)...

แล้ว 16 ก.พ. 2548/... ก็มี มีอีเมล์บอกเรื่องราวจากคนอื่นตามมา  พร้อมข้อเสนอแนะให้แบ่งหัวข้อเพื่อผู้คนที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ที่ต่าง ๆ กัน...เช่น จากหวานใจของคุณหมอร้อยปี (กรณีนักศึกษา "เกษตรฯ" - "วิดวะ" ล้อม "สโมสรนักศึกษา ม.ช." / โดย ...)  หรือ   เมื่อวานโทร.คุยกับ อดีต "ครู(ส.)ไหมลี" มองย้อนกลับไป ..ก็เห็นภาพ  ..สนุกสนานมาก/สนุกสนานแบบเจ็บๆ ไง..บางคนเป็นลมในรถเมล์คนเข้ามาช่วยค้นตัวเพื่อจะรู้ว่าเป็นใครเจอเอกสารคอมฯ เลยถูกจับ (ส.ไหมลีว่า) บางคน(ก็กู๋ /ฉัน-ภาษาม้งน่ะ/-นี่แหละ..ส.ไหมลีว่ากลั้วเสียงหัวเราะมาตามสาย) เข้าป่าเพราะบ้านแตก พอขึ้นเขาเข้า(รกเข้าพง)ไปอยู่ป่าก็ไปมี "ปัญหาความคิดซะไม่มีแหละ" (รวมทั้ง ส.ต่อ นำนิ)..ก็ว่า ดีกว่าบ้านแตกแล้วไปมั่วยามั่วอะไรอย่างสมัยนี้ละกัน...บางคนก็ประสบชะตากรรมชะตาชีวิตแบบว่า แทบเอาตัวไม่รอด อย่างใครที่ "ชิงตัว ส.นำ" ต้องคดีติดคุกติดตาราง  เกือบถูกประหารชีวิต บางคนก็เด๊ดสะมอเร่ไปด้วยอาการต่างๆ/แก่ตาย เป็นไข้ตาย ถูกรถชนตาย ถูกฆ่า-ถูกเก็บตาย ...บางคนก็กลับมาเป็น "ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย" แบบเหลือแขนอยู่แขนครึ่ง อีกครึ่งแขนทิ้งไว้ในป่า ฯลฯ....

ทั้งหมดนี้ก็แค่เพื่อจะสร้างขึ้นใหม่ซึ่งสังคมที่ดีกว่า ..หรือสังคมที่คิดหวังว่าจะดีกว่า...ส่วนจะเป็นอย่างที่คิดที่หวังหรือเปล่า?..(ก็จะไปรู้เรอะ ก็ยังไปไม่ถึงอ่ะ)

เรื่องราวตั้งมากมาย  ไม่บันทึกกันไว้ พวกคนรุ่นหลังๆ จะรู้หรือ? ว่า กว่าที่สังคมไทย (ยุคใหม่/ยุคทุนครองโลกครองประเทศ)จะวิวัฒน์มาได้ดังนี้ /ไปไกลกว่าพม่าหน่อยเนี่ยะนะ/ มีกระดูกกระเดี้ยวของผู้ใดกองพะเนินทึกทิ้งไว้ข้างหลังบ้าง? หรือว่า มีชีวิตของผู้ใดตกหล่นยากแค้นลำเค็ญอันสืบเนื่องมาจากการดั้นด้นจะสรรสร้างสังคมที่ดีกว่า ....กันบ้าง? เพราะเข้าไปดูเวบฯ พวกโรคเอดส์แล้วเศร้าน่ะ ยุวชนเยาวชนไทยยุคก่อนยุคคนเดือนตุลา ตั้งวงถกกันเรื่องจะเอาบ้านเอาเมือง ยุวชนเยาวชนไทยยุคนี้/รวมทั้งพวกเฒ่าหัวงูและพวกไก่แก่แม่ปลาช่อน? /    ตั้งวงถกกันเรื่องเพศ? ถกกันเรื่องจะตั้งบูธขายถุงยางอนามัยในสถานศึกษา...แล้วก็สังเวยชีวิตไปกับโรคเพศ-โรคเอดส์? ...เฮ้อ,เศร้าหัวใจจริงจริงเลย จึงอยากจะให้เกิดการบันทึกเรื่องราวของ ผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่และตายไปเพื่อจุดมุ่งหมายอีกแบบ..แบบสร้างสรรค์น่ะ และ ถึงแม้จะมีการทำลายล้างกันบ้าง ก็ทำลายเพื่อสร้างอ่ะ....เป็นบทเรียนให้คนรุ่นหลังๆ ได้แง่คิดอะไรกันบ้างไม่มากก็น้อย

จึงแบ่งเนื้อที่เวบไซท์ให้เป็นสัดส่วนอย่างเป็นเอกเทศให้แล้วที่ 

Northern students' memo about the Thai October politic movement histories (NTOctober)

ฉะนั้นเพื่อนพ้องน้องพี่ ที่ในหัวสมองกุมข้อมูล/บรรจุเรื่องราวของประวัติศาสตร์ภาคประชาชนไว้มากมาย และอายุอานามก็น่าจะค่อนๆ ศตวรรษกันเข้าไปแล้วทุกคน ก็น่าถึงเวลา ที่จะต้องกลั่นออกมาเป็นตัวหนังสือไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ภาคประชาชนกันได้แล้ว ก่อนที่จะสมองเสื่อมแล้วลาโลกลงโลงกันไปหมดน่ะนะ โดยเฉพาะ "ท่านพี่" ทั้งหลาย  / พี่ตุ๊ก พี่ชาญ พี่อิ๊ด พี่ก๊อง พี่จิ๋มดำ พี่จิ๋มขาว พี่แก้ว พี่ปาลฯ(..เจ้านี้ส่งอีเมล์ต้นฉบับมาจากเมก้าก็ได้เด้อ...) พี่เกษตร พี่ปี้ พี่ธีรรัตน์(?) พี่เตี่ย พี่นิรุต  (-อยู่ไหนเนี่ยะ มีลูกกี่คนแล้ว? บ่ได้ข่าวบ่ได้คราวเลย..) ฯลฯ และถ้าเขียนมันยากนักยุ่งนัก ต้องใช้สมาธิและอารมณ์มากมาย(เหลือเกิน)นัก บ่มีอารมณ์ บ่มีเวลา เพราะ ต้องทำมาหากินทำธุรกิจยุ่งเหยิงตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตในโลกทุนนิยมโลกาภิวัตร (หรือพินาศ..ฮุ?)  มันเครียด (...รู้น่ะ..)..ก็พูดใส่เทปมาก็ได้ อิฉันจะมาจ้างเขาถอดเทปเอง เพียงแต่อย่าลืมส่งค่าถอดเทปมาด้วยก็แล้วกัน (ฮา)

อ้อ, เรื่องเล่าของ "หมอหนอง"/"ส.ต๊ะ"  ที่ว่ากัน ว่า เล่าให้ลูกชายเดียวฟังอยู่เป็นหลายครั้ง จนเจ้าลูกชาย/ที่ข่าวว่าหล่อกว่าพ่อ เพราะบวกกับความสวยของคุณแม่เพิ่มเข้าไปด้วย/บอกว่า "พ่อตอนนี้เล่าแล้วๆ เดี่ยวผมเล่าต่อเอง" (ฮา) และว่า เขียนบันทึกกันลืมไว้หลายเล่ม บัดนี้...ก็เรียงร้อยเป็นตัวอักษรเป็นเรื่องเป็นราวเรียบร้อยแล้วอยู่ที่

เรื่องเล่าของ ส.ต๊ะ / โดย ส.ต๊ะ

สนุกสนานมีชีวิตชีวามาก..ก็ท่านได้เดินเท้าจากจีนผืนแผ่นดินใหญ่ เข้าพม่า ผ่านดินแดนว้าแดง มาอ่ะ บ่ได้ขึ้นเครื่องบินมาเหมือนอย่างพวกหลังๆ เด๊ล่ะ..แค่ว่า เดินเท้ามากับพวกว้าแดง   ที่ตัวผอมเกร็งเดินป่ากันอึดมากด้วยการพกข้าวสารกระป๋องเดียวเพื่อจะได้เป้ฝิ่นไปขายได้เยอะๆ ...จะหาหมอในเมืองไทยได้ซักกี่คนกัน ที่จะเคยเดินเท้าข้ามหลายประเทศได้ไกลปานนี้?...อย่าง ส.ต๊ะ ของเราเนี๊ย? ประวัติศาสตร์ภาคประชาชนที่น่าสนุกสนานตื่นเต้นเช่นนี้ หาอ่านที่ไหนได้ง่ายๆ ซะเมื่อไหร่!

จนมาถึงวันนี้สถานการณ์การบ้านเมือง ทั้งสภาพการเมือง เศรษฐกิจและความคิดของผู้คน แปรเปลี่ยนเสียจนแทบว่า จะจับต้นชนปลายไม่ถูก ...จนแบบว่า......ซ้ายจัดกับขวาจัดในเหตุการณ์เมื่อครั้งกระโน้น ได้โคจรมาปะทะสังสรรค์ในที่เดียวกันด้วยกัน(?)อย่างสมานฉันท์ โดยจากข่าวล่ามาเร็ว มาว่า งานแต่งงานลูกสาว "ส.เชี่ยว"/"ลุงเชี่ยว" [ที่เราเคยเห็น ตัวเล็กๆ ที่ใครเคยว่า "ผิวขาวกว่าแม่แต่ดำกว่าพ่อ" บนฐานที่มั่นเขต ๗ นั้นน่ะ บัดนี้โตเป็นสาวจนแต่งงานได้แล้ว(หรือนี่?)...เออ,นั่นสิ แล้วเราจะแก่เหนียงยานกันซำไหนเนี๊ยะ เฮ้อ,บ่อยากจะส่องกระจกดูหน้าตัวเองเล้ยย...] เจ้าภาพฝ่ายหญิง คือ รองนายกรัฐมนตรี ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง (อดีต ส.สุภาพ ของโรงเรียนการเมืองการทหารของเรา เมื่อครั้งกระโน้น..) และ เจ้าภาพฝ่ายชายคือ ท่านสมัคร สุนทรเวช ..... โอ๊ว..อะไรจะขนาดนี้!

ฉะนั้นก่อนที่อะไรๆ จะแปรเปลี่ยนไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะสมองของคน ( ..ก็เกรงว่าจะพากันเป็น อัลไซเมอร์กันซะหมดนิ ) ก็หวังว่า เรื่องราวของใครๆ (ก็ดาย) จะทยอยๆ ส่งกันมาเด้อ...

 

ภาพภูผาจิ-ผาช้าง

"คุณครู ของ    หนู เอ๊ย ของฉัน (เพราะตอนนี้โตแล้ว) อยู่ไหนกันหมด โปรดรายงานตัว ด้วย  ครูวนา ครูไหมลี ครูต่อ ครูไหม  ครูใหม่ " (ชื่อครูที่เหมือนๆ กันนี่  ไม่รู้ว่าใช้สอนตอนผันวรรณยุกต์ด้วยหรือเปล่า)  ลูกศิษย์ฝากบอกมาว่า "งานปีใหม่รับสหายปีนี้พวกฉันมาเป็นพี่เลี้ยง  แต่ไม่เห็นพวกครูเลย  ปีหน้าครูจะมาเยี่ยมพวกเราบ้างหรือเปล่าน๊า"

สำหรับ ครูต่อ..ห่ะๆๆ..ปีไหนๆ ก็คงไม่ได้ไป ขอส่งใจไปเยี่ยมละกัน....เห็นบรรยากาศและสถานที่รวมทั้งผู้คนเก่าๆ ที่เปลี่ยนไป(?)แล้วจะเศร้าเอาน่ะ  ส่วน....ครูคนอื่นๆ ..ก็จั๊กบ่ฮู้นำแหล่ว....จั๊กว่าหายไปไสกันโหม้ดด    ....แล้วเด้อ!

 

คิดถึงพี่ไหม

คำร้อง-ทำนอง  พยงค์ มุกดา
ขับร้อง  รุ่งเพชร  แหลมสิงห์

คิดถึงพี่หน่อยนะกลอยใจพี่
ห่างกันอย่างนี้ น้องคิดถึงพี่บ้างไหม
อย่าลืม อย่าลืม อย่าลืมสัจจา  สัญญาที่ให้
ว่าตัวห่างไกลหัวใจชิดกัน

คิดถึงพี่ก่อนน้องนอนก็ได้
เมื่อยามหลับไหลน้องเจ้าจะได้นอนฝัน
ข้างขึ้นเมื่อใดแก้วใจโปรดมองแสงของดวงจันทร์
เราสบตากันในแสงเรื่อเรือง

คืนไหนข้างแรมฟ้าแซมดารา
น้องจงมองหาดาวประจำเมือง
ทุกคืนเราจ้องดูดวงดาว
ทุกคราวเราฝันเห็นกันเนืองๆ
ถึงสุดมุมเมืองไม่ไกล

คิดถึงพี่หน่อยนะกลอยใจเจ้า
พี่ตรมพี่เหงาเพราะคิดถึงเจ้าเชื่อไหม
ฝากใจกับจันทร์ฝากฝันกับดาว
...ทุกคราวก็ได้
เราต่างสุขใจเมื่อคิดถึงกัน
.

 
 
ต้นช้างร้องที่ภูผาจิ
[
จากเวบฯ บ้านตุลา]