http://www.2519me.com

แด่ใครอันเป็นที่รัก

พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนเสน่ห์คง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์สถิตย์ทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

ส.วรวุฒิ

ลูกที่ดีของประชาชน

 

 

 

 

I promise to do your will [but by my own way]

 

                               

 

                                                      

".......ชาวบ้านที่ฉันเข้าใจว่าเป็น หนุ่มเหนือที่พูดไทยชัด เป็น นักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นคนจากจังหวัดปัตตานี ที่ไปคลุกคลีอยู่กับชาวบ้าน แบบแทบว่าจะ "ฝังตัว" อยู่ในหมู่บ้านเลย เป็นรุ่นพี่มหา'ลัย ที่ฉันเห็นทีไรก็มักจะเห็นอยู่กับกลุ่มชาวบ้านเสมอ บางทีพี่เขาก็นั่งยองๆ โพกผ้าขะม้าไม่ก็ผ้าขะม้าคาดเอว / ของ    ใช้ติดตัวเลยล่ะเจ้าผ้าขะม้าเนี่ยะ /อยู่ริมถนนกับชาวบ้าน จนฉันบอกว่า "พี่เหมือนชาวบ้านเลยนะ" ก็ถูกย้อนว่า "มีแต่คุณสิ..ไม่เหมือนชาวบ้าน" ! พี่คนนี้ต่อมาเป็นผู้บุกเบิกขยายเขตงานใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และหมู่บ้านที่ฉันไปออกค่ายครั้งแรกและอีกหลายๆ ครั้งต่อมาก็เป็นเขตงานขยายของพรรคฯ ทั้งแถบ (เขต 7/1 และ เขต 7/2 !?!)และพี่เขาคนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งใน " a few good men in Thailand " ของฉัน! แต่ฉันจะตั้งฉายาว่าอะไรดีล่ะ? "เชกูวาราเลียง" ดีไหม? เพราะบางทีพี่เขาก็ไว้หนวดเคราเฟิ้มเลย และทำงานอยู่กับชาวบ้านแถบอำเภอแม่เลียงจนกระทั่งเสียชีวิต! ภาพที่พี่เขาโพกผ้าขะม้าสะพายกลองยาว ขยับมือตบตีกลองยาวเป็นจังหวะสนุก ในงานกาลเล่นตอนกลางคืนใต้คบไต้ กับ กองไฟ...ยังติดอยู่ในหัวฉัน เป็นความมีชีวิตชีวาแบบชาวบ้าน ๆ ที่มีความภาคภูมิของศิลปะพื้นบ้าน ฉายโชนอยู่ในแววตาของคนเล่น ฉันไม่นึกว่าแค่กลองยาว กับ ฉิ่งกริ่งกลับ..เครื่องดนตรีไม่กี่อย่างก็คึกคักสนุกสนานกันได้ คราใดที่นึกถึงพี่เขาภาพนี้ก็จะผุดขึ้นมา..."

ยังจำได้ ฉันจะแอบดีใจทุกครั้ง ที่ลุงสีกับหน่วยพลาฯ จัดกองลำเลียงไป "เป๊อะ"/รับ "ของ" ที่มาจาก "ในเมือง" เพราะบางทีลุงสีจะบอกว่า มี "จดหมายน้อย" ฝากมาให้ฉัน จำฉบับสุดท้ายได้.......ว่า พี่ตักเตือนฉันเรื่องการวางตัว...และลงท้ายว่า "รักเธอเท่าฟ้า" ให้ฉันนึกถึงไออุ่นๆ จากตัวพี่ที่ฉันเคยนั่งพิงอ่านหนังสือบ่อยๆ ที่บ้านแสงตะวัน ตอนอยู่พื้นราบ อยากกอดพี่ซักทีจัง มันจะอุ่นกว่านั่งพิงกไหม? ...รู้งี้ ฉันกระโดดกอดพี่ให้แน่นๆ ซักทีก็ดีหรอก..

 

 

 

พี่เอยทำไมจึง "....เป็นอะไรเหมือนมาในความฝัน เป็นเหมือนหยดน้ำค้างใสพิสุทธิ์ยามเช้า ส่งประกายพราวพรายอยู่ปลายใบหญ้า ให้ฉันได้มองเห็น  พอเมื่อแสงอาทิตย์ยามสายสาดส่อง   ก็ระเหยกลายเป็นไอ จางหายไป ในอากาศ  ไม่ทันที่ฉันจะได้สัมผัสจับต้อง......!?!

เหลือเพียง ความทรงจำ ให้ ฉันแอบไห้หาอยู่ลึกๆ... ด้วยความรู้สึกเหมือน ว่า ยังมีอะไรค้างคาอัดติดแน่นตึ๊บในใจอยู่ ไม่รู้วาย  และ เหมือนฉันจะยังเป็นงง ๆ ว่า...ทำไม...ทำไม...และทำไม...จนบัดนี้! "

http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha/2007/05/07/entry-1 [ลิงค์ บอกเรื่องราวของเช]

ที่รัก/(เนื้อเดิม)


คำร้อง - สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์
ทำนอง -  สมาน  กาญจนะผลิน
ขับร้อง - ชรินทร์  นันทนาคร
(บันทึกเสียงครั้งแรก พ.ศ. 2497)

นานแล้วพี่หลงพะวงมิหน่าย
นานแล้วพี่หมายจะได้ภิรมย์
นานแล้วพี่รักคอยจักชื่นชม
นานแล้ว รักเพียงลมลม ตรมเช้าค่ำ


ที่รักนะรักเพราะใจมิกล้า
ที่ช้านะช้า มิกล้าเผยคำ
ที่คิดนะคิด กลัวอกจะช้ำ
เอ่ย คำแล้วเจ้าจะทำช้ำใจ


**อย่าเหมือนน้ำค้าง

พราวพร่างใบพฤกษ์
พอยามดึกเหมือนดังจะดื่มกินได้
พอรุ่งรางก็จางหายไป
รู้แน่แก่ใจได้แต่ระทมชีวี


ที่รักนะรักเพราะเทพเสริมส่ง
ที่หลงนะหลงเพราะเจ้าแสนดี
ที่หวงนะหวง

เพราะสวยอย่างนี้
กลัวใครเขามาแย่งพี่ไปเอย

**  **

 

ที่รัก/(เนื้อแปลง)

----
นานแล้วที่หลงพะวงมิหน่าย
นานแล้วที่หมายจะได้ภิรมย์
นานแล้วที่รักคอยจักชื่นชม
นานแล้ว รักเพียงลมลม ตรมเช้าค่ำ


ที่รักนะรักเพราะใจมิกล้า
ที่ช้านะช้า มิกล้าเผยคำ
ที่คิดนะคิด กลัวอกจะช้ำ
เอ่ย คำแล้วพี่จะทำช้ำใจ


**ไยเหมือนน้ำค้าง

พราวพร่างใบพฤกษ์
พอยามดึกเหมือนดังจะดื่มกินได้
พอรุ่งรางก็จางหายไป
รู้แน่แก่ใจได้แต่ระทมชีวี


ที่รักนะรักเพราะเทพเสริมส่ง
ที่หลงนะหลงเพราะพี่แสนดี
ที่หวงนะหวง

เพราะดีอย่างนี้
กลัวใครเขามาแย่งพี่ไปเอย

**

แล้วความตายก็มาแย่งพี่ไป   .....ขอให้วิญญาณพี่จงไปสู่สุขคติ...พี่ยังอยู่...อย่างน้อยก็ในใจฉัน...

 

 

main page

last up date 12 July 2007