ตุลา.2519-แด่ความทรงจำของตัวฉันเอง/my oct.2519's memo for me myself

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันเปิดเวบไซท์นี้เพื่อสนอง ความต้องการส่วนตัวของฉันเอง ด้วยว่าประชาชนคนตัวเล็ก ๆ อย่างฉัน ไม่พอใจ ที่จะยอมเป็นเพียง "สิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์" แต่หาญกล้าจะเป็น "ผู้เขียนประวัติศาสตร์" ในรูปแบบที่ไม่เป็นรูปแบบ หรือในรูปแบบของฉันตามแต่ใจฉันเอง โดยอาจจะเลือกบันทึกเฉพาะในส่วนที่ฉันได้จับพัดจับพลูเข้าไปสัมผัสเกี่ยวข้อง  แม้จะเป็นส่วนที่เล็กน้อยที่สุด ไม่สำคัญที่สุด หรือปลายแถวที่สุด ก็ตามทีเถอะ

ฉันจึงจะบันทึกเรื่องราวที่ฉันประสบพบเจอทั้งผู้คนและเหตุการณ์ซึ่งเป็น เศษเสี้ยวหนึ่งของกระแสธารประวัติศาสตร์ประเทศไทย จากมุมมองและประสบการณ์ตรงของฉันเองซึ่งเป็นเพียงประชาชนคนตัวเล็ก ๆ ส่วนหนึ่ง หรือประสบการณ์โดยอ้อมที่อาจจะรวบรวมเอาจากประสบการณ์ของเพื่อนผองน้องพี่ ที่ใครๆอาจจะช่วยเล่าทบทวนสมทบมาเพิ่มเติมด้วยก็อาจเป็นได้

ทั้งนี้ก็ด้วยตระหนักว่าแม้ฉันเป็นเพียงฝุ่นผง แต่ก็เป็นเศษธุลีหนึ่งของเถ้าถ่านแห่งอดีตที่ปลิวว่อนอยู่ในปัจจุบัน ที่ลูกหลานรุ่นหลัง ๆ สมควรจะได้ใช้เป็นฐานข้อมูลแห่งจิตวิญญาณที่จะทำปัจจุบันให้กระจ่างชัด เพื่ออนาคตที่สว่างไสวไม่มืดมิด

ฉันอยากให้สังคมไทยรู้ว่ายุคหนึ่ง สมัยหนึ่ง ผู้คนกลุ่มหนึ่ง ที่เยาว์อ่อนอายุ ด้อยอ่อน ประสบการณ์ แต่ทางความคิดไม่อ่อนแอ โดยในแง่มุมหนึ่งที่ฉันได้สัมผัส ฉันเห็นพวกเขาและตัวฉัน คิด และทำ อะไร อะไร ที่คิดว่าน่าจะดี  อย่างไร

จึงอยากให้รู้ว่า มีคนดี ๆ จำนวนหนึ่งที่ฉันรู้จัก  ที่บ้างก็ละลาโลกนี้ไปแล้ว         บ้างก็ยังมีชีวิตโลดแล่นอยู่...ที่ไหนกันบ้าง ฉันก็รู้บ้าง...ไม่รู้บ้าง

แต่พวกเขาและฉันมีตัวตน จริง ๆ อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงในห้วงเวลานั้นและมีตัวตนจริง ๆ ในโลกแห่งจินตนาการของฉันในห้วงเวลานี้

แน่เลยทีเดียวที่....อะไรต่อมิอะไรในห้วงเวลานั้น  ยังมีพื้นที่อยู่ในสมองของฉันอยู่จนกระทั่งบัดนี้ ( 2546 ) หวังว่าหากบรรจุไล่เรียงเหตุการณ์ผู้คนและตัวตนของฉันในห้วงเวลานั้นลงไปในเวบไซท์นี้หมดแล้ว พื้นที่ในสมองที่รกรื้อด้วยความทรงจำกระท่อนกระแท่นกระจัดกระจายของฉันคงน่าจะว่างพอที่จะเปิดพื้นที่ ให้ได้บรรจุเรื่องราวใหม่ ๆ และคิดทำเรื่องอื่น ๆ ต่อไป เพราะเวลาของฉันในโลกนี้อาจเหลืออีกไม่มากแล้ว

เพราะสิ่งค้างคา สิ่งที่ฝันใฝ่อันไม่อาจไปถึง อย่างน้อยก็ได้บรรจงบันทึกเรื่องราวเอาไว้ ไม่อยากจะปล่อยให้เปล่าดายไร้ความหมาย...ด้วยละอายต่อเพื่อนผองน้องพี่ผู้ล่วงลับที่ละลาจากไปแล้ว และเหมือนว่าจะได้ทำภารกิจที่ค้างคาให้ลุล่วง แม้ไม่เสร็จสิ้น แต่ก็จะไม่ติดค้างอีกแล้ว

ที่สำคัญการเปิดเวบไซท์นี้เป็นช่องทางให้ ฉันได้ปลดปล่อย ความคิด จินตนาการ  เกี่ยวกับมิติทางสังคมในโลกแห่งจินตนาการของฉัน ได้อีกช่องทางหนึ่ง อย่างอิสระและเสรีในโลกอินเตอร์เนท ตามแต่ใจ...ตามแต่ความทรงจำ ที่จำได้...ของฉัน

ตรงไหนที่ความทรงจำขาดหวิ่นหรือเว้าแหว่งไป ฉันก็จะแต่งแต้มเติมเต็มเอาเองตามแต่ใจฉันจะชอบ ดังนั้นในเนื้อหาจึงมีทั้ง ข้อจริงและข้อเท็จ......อะไรจริงอะไรเท็จ..ก็ลือกๆ กรองๆ ตามอัธยาศัย กันเอาเองละกัน

แต่จริงแท้แน่ใจ คือ จิตวิญญาณของการพยามจะไขว่คว้าแสวงหาสังคมที่ใหม่ ทั้งเนื้อหาและรูปแบบ...แบบที่ "ทุกคนทำตามความสามารถ ได้ผลตอบแทนตามความต้องการ" .ซึ่งหลังจากใช้เวลาของชีวิตไปเกือบครึ่งศตวรรษ ก็ค่อนข้างจะแน่ใจแล้วว่า เนื้อหาและรูปแบบของสังคมที่แสวงหา น่าจะ ไม่มีทางเกิดเป็นจริงขึ้นได้บนดาวโลกดวงนี้ ในยุคประวัติศาสตร์อันใกล้.......ก็คงได้แต่ทำเท่าที่ทำได้ และไล่ล่าคว้าความฝันกันไปจวบจนชีวิตจะหาไม่.....

และหากจะเหลืออะไรไว้....อะไรนั้นก็คงจะเป็น.. จิตวิญญาณของจิตใจแห่งความเพียรพยามจะทำตามความฝันที่มุ่งหวัง.....ให้เยาวชนคนรุ่นหลังๆ ได้ติดตามแกะรอยไขว่คว้าถวิลหากันต่อไป.....

"ถ้าหากฉันเกิดเป็นนกที่โผบิน ติดปีกบินไปให้ไกล ไกลแสนไกล จะขอเป็นนกพิราบขาว เพื่อชี้นำชาวประชาสู่เสรี ถ้าหากฉันเกิดเป็นเมฆบนนภา จะนำพาความร่มเย็นสู่ท้องนา หากฉันเกิดเป็นเม็ดทรายจะถมกายเป็นทางเพื่อมวลชน ชีวายอมพลีให้ มวลชนที่ทุกข์ทน ขอพลีตนไม่ว่าจะตายกี่ครั้ง ......"

รอยไถแปร ( Bb )
นิค นิรนาม
Bb

ดนตรี 8 Bars..6...7...
8.ทุ่งนาแดนนี้ ไม่มีความหมาย
เหลือเพียงกลิ่นโคลนสาบควาย
เห็นซาก คันไถแล้วเศร้า
เห็นนาที่ร้าง นั้นมีแต่ฟาง แทนรวงข้าว
เห็นเคียวที่เกี่ยว เหน็บติดเสา
เล่นเอาใจเรา สะท้อน
...ทุ่งนาแดนนี้ ข้าเคยไถทำ
สองมือ ข้าเคย หว่านดำ
ฤดู ฝนพร่ำ หน้าก่อน
แต่มาปีนี้ ฤดี ข้าแสนจะสะท้อน
เพราะมา ไร้คู่ กอดเคียงหมอน
ทิ้งให้เรานอน ระกำ
...รอย ไถเอย ข้าเคยไถถาก
เดี๋ยวนี้ เจ้ามา คิดจาก
ฝากให้ เป็นรอย ไถช้ำ
เปลี่ยนรอย ไถใหม่
ทิ้งรอย ไถเก่า ระกำ
อกใคร ใครบ้าง ไม่ช้ำ
เมื่อยาม เห็นรอย ไถแปร
...ทุ่งนาแดนนี้ คงร้างไปอีกนาน
ข้าเอง ก็เหลือ จะทาน
เพราะมัน แสนสุด จะแก้
หมดกำลังใจ แล้วเรียมเอ๋ยข้า คงตายแน่
จะไถไปอีก ก็กลัวแพ้
เพราะรอยมันแปร เสียแล้ว เรียมเอย
ดนตรี 9 Bars..7...8...
9.ทุ่งนาแดนนี้ คงร้างไปอีกนาน
ข้าเอง ก็เหลือ จะทาน
เพราะมัน แสนสุด จะแก้
หมดกำลังใจ แล้วเรียมเอ๋ยข้า คงตายแน่
จะไถไปอีก ก็กลัวแพ้
เพราะรอยมันแปร เสียแล้ว เรียมเอย...


.