ตุลา.2519-แด่ความทรงจำของตัวฉันเอง/my oct.2519's memo for me myself

ช่วงปี 2518-2519

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 7 / กลุ่มผู้หญิง มช. พรรคประชาธรรม สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ราวๆ ปลายเทอมสองของปีการศึกษา 2518    มีรุ่นพี่ผู้หญิง ปี 4 คณะวิดยาที่ฉันชอบคุยด้วยมากๆ อยู่ 2-3 คน ฉันชอบตามพวกเขาไปที่ห้องในหอพัก บางทีก็ชอบนั่งฟังพวกเขาคุยกัน บางทีก็ถามอะไรไปเรื่อยๆ  ตามสถานการณ์

จากรุ่นพี่ในคณะ 3 คนก็เลยไปรู้จักรุ่นพี่ต่างคณะอีกหลายคน ที่เป็นรุ่นพี่ผู้หญิง 2- 3 คนนั้นของฉันสนิทอยู่ ซึ่งฉันประมาณดูว่าน่าจะมีอยู่กลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะคณะทางสายสังคม เป็นพวกรุ่นพี่ที่ไม่ค่อยเรียนแต่ไปทำหนังสือพิมพ์ น่าจะเป็นนักเขียนนักข่าว?

แม้พวกรุ่นพี่กลุ่มนี้จะไม่ค่อยเข้าเรียน แต่ฉันมีความรู้สึกว่า พวกเขาดูจะมีความเข้าใจ อะไรๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมืองที่กำลังเป็นไปในสมัยนั้นมากกว่าพวกที่เข้าเรียนเสียอีก!

ฉันก็ไม่รู้แน่ชัดว่าใครเป็นอะไรทำอะไรกันบ้าง เพราะฉันอยู่แต่วงนอกๆ เป็นแต่ "ผู้ตาม" ก็ตามๆ เขาไปตามวงพูดคุยต่างๆ บางทีก็วงสัมมนาที่เป็นทางการ บางทีก็วงพูดคุยธรรมดากลางลานประท้วง บางทีก็สภากาแฟตามห้องของรุ่นพี่ผู้หญิงบางคนในหอพัก...

ไปๆมาๆ ฉันเริ่มรู้จักและคุ้นกับ "คำ" และ "คำขวัญ" ใหม่ๆ ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน เช่น  จักรพรรดินิยม การกดขี่ การขูดรีด เผด็จการ ศิลปะเพื่อชีวิต ศิลปะเพื่อประชาชน ชนชั้น ฯลฯ

เวลามีประท้วงก็จะไปช่วยเขาพิมพ์ซิลสกรีนทำโปสเตอร์ กวนกาว แล้วก็จะไปกับเพื่อนเป็นกลุ่มๆ จำไม่ได้ว่าเป็นใครมาจากคณะไหนบ้าง ก็จะพากันเดินตระเวนติดโปสเตอร์ทั้งใน มอ. และนอก มอ. ส่วนใหญ่ถ้าเข้าไปเดินติดโปสเตอร์ในเมืองจะติดตามเสาไฟฟ้า ถ้าในมอ.ก็จะติดตามเสาใต้ถุนหอ ตามต้นไม้ ที่กะว่ามีคนผ่านคนเห็น เวลามีประท้วงที่ไหนก็จะไปนั่งร่วมประท้วงกะเขา

แล้วฉันก็เริ่มรู้จักว่า มันมีอะไรที่เป็นองค์กร ที่นักศึกษาจะมารวมกลุ่มกันแล้วแบ่งงานกันทำเป็นกิจจะลักษณะ แล้วมีการประชุมกันเป็นครั้งคราว เพื่อกำหนดกิจกรรมที่จะทำกันต่อไปอะไรแบบนี้ ที่ฉันจำได้ก็มี กลุ่มผู้หญิง มช. กับ พรรคประชาธรรม ทั้งสององค์กรนี้ ฉันไม่รู้ประวัติความเป็นมาใครริเริ่ม ใครก่อตั้ง มีวัตถุประสงค์อะไร อย่างไร รู้สึกฉันจะไม่ได้สนใจ แต่มีความเชื่ออยู่เป็นฐานว่า ต้องทำในสิ่งที่ดี เพราะพวกพื่อนและรุ่นพี่ที่ฉันเห็นล้วนเป็นคนดี ข้อนี้ฉันไม่เคยสงสัยเลย

บางช่วง ฉันชอบไปขลุกอยู่ที่ห้องของรุ่นพี่ผู้หญิงคณะวิดยาของฉัน ที่ถ้าเข้าใจไม่ผิดฉันว่าพี่เธอทำกิจกรรมอยู่กับ พรรคประชาธรรม แต่บางทีเวลามีประเด็นอะไรให้เคลื่อนไหวประท้วงกัน ฉันก็เห็นพี่เธอ ทำกิจกรรมร่วมกับพวกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้วย ตอนนั้นฉันเลือกอยู่กับ กลุ่มผู้หญิง มช. ที่มีรุ่นพี่ผู้หญิงคณะวิดยาอีกคนหนึ่งของฉันเป็นประธานกลุ่มอยู่ เป็นองค์กรที่เคลื่อนไหวเรื่องสิทธิสตรี จำได้ว่ามีคำขวัญว่า "สตรี เสมอภาค สร้างสรรค์" อะไรประมาณนี้

จากการเข้าไปอยู่ กับ กลุ่มผู้หญิง มช. ทำให้ฉันมี มุมมองเกี่ยวกับบทบาทของผู้หญิงต่างไปจากที่เคยเข้าใจ ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับวันที่ 8 มีนา วันสตรีสากล และได้รู้สึกว่า เออ,นิ ผู้หญิงถูกเอาเปรียบจริงๆ ถูกเอาเปรียบมาแต่ครั้งโบร่ำโบราณ โน่นเลย เป็นเครื่องบำเรอทางเพศ อะไรประมาณนี้ / ฉันนึกถึงพวกเมียเช่าฝรั่ง ที่ดาษดื่นเต็มบ้านเต็มเมืองตามจังหวัด ที่เป็นที่ตั้งฐานทัพทหารอเมริกันใน พ.ศ.นั้น ฯลฯ

ฉันเข้าไปช่วยงานขายหนังสือ ของกลุ่มผู้หญิง มช.  ฉันก็ไม่รู้ว่า หนังสือที่ขายมาจากไหน จำได้ว่ามีหนังสืออะไรแปลกๆ ที่ก่อนเข้ามหา'ลัย ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ฉันก็มีหน้าที่ขนหนังสือขึ้นรถลงรถ ตั้งโต๊ะวางแผง ส่วนใหญ่ก็จะตั้งโต๊ะวางแผงขายหนังสืออยู่หน้าตึกสโมสรนักศึกษาฯ เพราะเป็นที่รวมศูนย์นักศึกษาจากทุกคณะ  ขายไป อ่านไป ซื้อไป   จนหนังสือกองเป็นตั้ง ๆ ในห้องในหอพัก น่าจะเป็นร้อย ๆ เล่ม   ห่อปกด้วยกระดาษสีชาไว้อย่างดี...แบบว่าอ่านทุกเล่มที่ซื้อ รวมทั้งเล่มที่ไม่ได้ซื้อ แต่ยังแอบอ่านแล้ววางขายต่ออีกด้วย

มีเรื่องราว เยอะแยะ . . .ในหนังสือ ที่ฉันไม่เคยได้รู้เรื่องมาก่อน มีการให้เหตุผลแปลกๆ ต่อเรื่องราวต่างๆ ที่ฉันไม่เคยได้อ่านได้ฟังจากที่ไหนมาก่อน สมัยก่อนๆ ฉันจะรู้จักการอธิบายเรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามาผ่านไป  หรือ ที่ยังคาราคาซังอยู่ในชีวิตของฉัน และของผู้คนทั่วไปด้วยคติความเชื่อแบบ เวรกรรม กรรมเก่า บุญพาวาสนาส่ง โชคชะตา พรหมลิขิต อะไรแบบนี้...

แต่ในหนังสือที่ฉันอ่านเหล่านี้ มันให้คำอธิบายที่ทำให้ฉันมีความเข้าใจในเรื่องราวต่างๆ ของชีวิต ในแง่มุมที่แตกต่างออกไปจากที่เคยเข้าใจมาแต่ไหนแต่ไร เสมือนว่าโลกแห่งความคิดอีกโลกหนึ่งได้ถูกเปิดออกตรงหน้าฉัน และยังให้โลกแห่งความคิดความเชื่อ ที่ฉันเคยมีมาแต่เก่าก่อน ถล่มทลายลงอย่างเกือบจะสิ้นเชิง!?! / ในช่วงนั้น!

กลับไป บทที่ 6 / back to main page / CMU /ป บทที่ 8

.

 

เก็บตะวัน ( D )
อิทธิ พลางกูร
D

ดนตรี 12 Bars..10...11...
12....เก็บตะวัน ที่เคยส่องฟ้า
เก็บเอามา เก็บไว้ในใจ
เก็บพลัง เก็บแรงแห่งแสงยิ่งใหญ่
รวมกันไว้ ให้เป็นหนึ่งเดียว
เก็บเอากาล เวลาผ่านเลย
สิ่งที่เคยผิดหวังช่างมัน
หนึ่งตัวตน หนึ่งคนชีวิตแสนสั้น
เจ็บแค่นั้น ก็คงไม่ตาย
ธรรมดาเวลาฟ้าครึ้มเมฆหม่น
พายุฝน อยู่บนฟากฟ้า
คงไม่นาน ตะวันสาดแสงแรงกล้า
ส่องให้ฟ้างดงาม
หากตะวัน ยังเคียงคู่ฟ้า
จะมัวมา สิ้นหวังทำไม
เมื่อยังมีพรุ่งนี้ให้เดินเริ่มใหม่
มั่นคงไว้ ดังเช่นตะวัน
ดนตรี 8 Bars..6...7...
8....ธรรมดาเวลาฟ้าครึ้มเมฆหม่น
พายุฝน อยู่บนฟากฟ้า
คงไม่นาน ตะวันสาดแสงแรงกล้า
ส่องให้ฟ้างดงาม
หากตะวัน ยังเคียงคู่ฟ้า
จะมัวมา สิ้นหวังทำไม
เมื่อยังมีพรุ่งนี้ให้เดินเริ่มใหม่
มั่นคงไว้ ดังเช่นตะวัน
มั่นคงไว้ ดังเช่นตะวัน
.

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Me's main menu / Today's Me /Me's relaxing/Me's activities for Autistic Thailand Found