ตุลา.2519-แด่ความทรงจำของตัวฉันเอง/my oct.2519's memo for me myself

 

ช่วงปี 2518-2519

บทที่ 12 / ปอยู่หมู่บ้านกับชาวนาชาวไร่

 

 

 

 

 

 

 

 

 



รู้สึกปลายปี 2519 หลังจากพวกผู้ปฏิบัติงานโครงงานชาวนาที่ถูกจับถูกประกันตัวออกมาหมดแล้ว พวกเขาก็จะพากันหายเงียบไปตามหมู่บ้านในเขตชนบทแถวจังหวัดลำพูน ลำปาง เชียงราย เช่นเดียวกับพี่ ต.-2 ที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ก็น่าจะไปอยู่แถว "แม่เลียง" (จำไม่ได้ว่านี่เป็นชื่ออำเภอหรือชื่อตำบลหรือชื่อหมู่บ้าน? ของจังหวัดลำปาง) ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ติดชายป่า เดินขึ้นไปหน่อยก็เป็นเขตป่าเขตเขา ที่ฉันได้ยินพวกพี่ๆ โครงงานชาวนาว่า.....สามารถเป็นพื้นที่จะสร้างเป็น "ฐานที่มั่น" (?) ในอนาคตหรือเขตต่อสู้ด้วยกองกำลังอาวุธตามยุทธศาสตร์ "ชนบทล้อมเมือง" (?) และรุสึกว่า จะได้มีการเอาทั้งข้าวทั้งเกลือและอาวุธ(?) ไปฝังๆ ไว้(?)...ฉันก็ไม่เคยเห็นและไม่เคยเข้าร่วมสังฆกรรมอะไรแบบนี้หรอกนะ เพียงแต่แอบๆ ได้ยินมา เพราะมีการประเมินกันว่า รัฐบาลปฏิกิริยา(?) ต้องล้อมปราบแน่ ....ดูจากผู้นำนักศึกษากรรมกรชาวนาที่ถูกไข้โป้งถี่ขึ้นเรื่อยๆ.....

ส่วนฉันก็ ตระเวนตะลอนตามเจ้าพวก "มังกรน้อย"  ไปอยู่ตามหมู่บ้าน ต่างๆ เช่นกัน

ช่วงนี้ใช้ชีวิตเหมือนยิปซีเลย คือ เคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆ ตามบ้านและหมู่บ้านของเจ้าพวก "มังกรน้อย" นานๆ ก็กลับเข้าหอพักในมหาลัยมาติวมาสอบที ต่อมาก็ดร็อปไปเลย  แบบว่า.....เลิกเรียนแม่งงมันแล้ววุ้ย.....จะไปตายเอาดาบหน้า..เอ้ย...จะไปปฏิวัติเพื่อสังคมดีงามข้างหน้ากะเขามั่งอ่ะ?

คิดๆ แล้ว ฉันก็แทบว่าจะย้ายนิวาศสถานที่ซุกหัวนอนไปอยู่ตามบ้านเช่าของโครงงานชาวนากับผู้ปฎิบัติงานโครงงานชาวนาสิบกว่ายี่สิบกว่าชีวิต...และก็รักพวกเขาเสียจริงๆ ไม่รุทำไม...เหมือนว่า สามารถจะตายไปด้วยกันได้เลย มีความรู้สึกกว่า โชคดีที่ได้รู้จักผู้คนดีๆ เหล่านี้ เหมือนว่าพวกเขาจะคิดถึงแต่เรื่องส่วนรวม....และจะรู้สึกผิดมากถ้าจะคิดถึงเรื่องส่วนตัวกันขึ้นมา.....

แต่ก็แบบว่ายิ่งคนอื่นดูเป็น "คนดี" กันขึ้นมากเท่าไร ก็เหมือนว่าฉันจะรู้สึกว่าตัวเองเป็น "คน(ที่)ไม่(ค่อยจะ)ดี(เท่าไหร่)" ลงเท่านั้น. ...เสียสละไม่พอเสียสละไม่ได้เท่าคนอื่นที่เป็น "ยอดหญิง" "ยอดชาย" กันทั้งนั้นเลยน่ะ.......เมื่อมองย้อนหลังกลับไป ...ปัญหาความคิดต่างๆ ในวันนั้นก็แค่...การเรียกร้องความสนใจของพวกที่มาจาก .."ครอบครัวบ้านแตก".....อ่ะนะ.....เรียกร้องความสนใจ?

เออนิ...ฉันก็แค่พวกที่มาจากครอบครัวบ้านแตกที่มีความรู้สึกเหงาเป็นฐานต่อยอดแตกแขนงไปยังความรู้สึกอื่นๆ ที่บางทีก็ไม่รุจะเอาอย่างไรกะชีวิตข้างหน้า ไม่มั่นอกมั่นใจในตัวเองว่าจะทำอะไรดีๆ กะเขาได้ ชาตินี้คงจะเป็นยอดหญิงกะใครเขามิได้อ่ะ เพราะชอบดูหมิ่นถิ่นแคลนตัวตนและรากเหง้าของตัวเองไว้ก่อนมากไปกะมัง?  และ...ที่อยากจะไปปฎิวัติต่อสู้เพื่อสังคมใหม่อะไรกะเขาก็เพราะคิดว่า ครอบครัวของสังคมยุคหน้า มันไม่น่าจะมีครอบครัวที่เป็น ครอบครัว "บ้านแตก" (?)

ช่วงนี้(ในช่วงนั้น)ทางการเมืองเหมือนว่าจะดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ พวกโครงงานชาวนามีการพูดถึงองค์กรองค์การอะไรหว่า.....อะไรนะ ส./ย./ทปท./ทหารป่า....รู้สึกว่าจะมีการส่งเจ้าพวก "มังกรน้อย" ขึ้นไปดูงานมาแล้วชุดหนึ่งด้วย?......ฉันเลยอยากไปทัศนศึกษากะเขาด้วยบ้างอ่ะ

แต่ดูเหมือนว่า พี่ ต-1 จะไม่ค่อยมั่นใจในคุณสมบัติพฤติกรรมทางอารมณ์ความรู้สึกของฉันที่เหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเท่าไหร่นัก....เพราะได้ชื่อว่า.."ล้าหลัง" กว่าหรือเท่ามวลชนตลอดศก มีปัญหา "ความคิด" ติดยึด "ท่าที" ของคนอยู่ตลอดมา [จนกะทั่งบัดนี้....ที่อายุขัยเลยครึ่งศตวรรษมาแล้วนี่นะ...] ท่านพี่บอกประมาณว่า พวกมังกรน้อยเขาพากันไปทำ "ชื่อเสียง" (น่าจะหมายถึงชื่อของ "คนพื้นราบ"-นศ. กรรมกร ชาวนา.....) ไว้ ดีทุกด้าน โดยเฉพาะด้านความทรหดอดทน ประมาณว่า ฉันอย่าไปทำ "ชื่อเสีย" เสียล่ะ......พี่ท่านบอกว่าชีวิตข้างบน(ในป่าเขา)นั่นลำบากมาก ฯลฯ

ฉันก็อือ..จำได้ว่า...ได้แต่พยักหน้าหงึกหงักรับคำไปอย่างนั้น ใจจริงไม่มั่นใจร๊อก....ว่าจะไม่ทำชื่อเขาเสีย.... ก็ ...ไม่รุสิ...ก็ไปตายเอาดาบหน้าอ่ะ...อยู่ไม่ได้ก็กลับลงมา....ไม่เห็นยาก? ถ้าระหว่างทางหรือระหว่างอยู่ หากเกิดปะทะสู้รบกัน แล้วพิการ..ไม่ยาก...ฉันจะไม่อยู่ ฉันจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว...ฉันจะอัตตวิบากกรรมตัวเอง... [ด้วยวัยเพียงสิบเก้าแค่นั้นกะมัง...จึงคิดอะไรได้ง่ายดายเสียปานนั้น  ....ไม่มีห่วงอะไรเลย? ""มาวันนี้...ที่อายุขัยก้าวร่วงครึ่งศตวรรษไปแล้ว ...หลายปี...มีคุณลูกสาวโตเข้ามหาลัยอายุเดียวกันเหมือนตัวเองเมื่อครั้งกระโน้น ...โอ้ย..ถ้าคุณลูกสาวคิดแบบนี้  ...ฉันคงหัวใจสลายแน่...จึงเพิ่งเข้าใจหัวอกของคุณยายของคุณลูกสาวเมื่อครั้งกระโน้น.....ที่บอกกะฉันตอนออกมาจากป่าว่า....เที่ยวตามหาฉันและล้มป่วยอยู่หลายปี....]


นั่นหมายถึงว่า การเข้าสู่เขตฐานที่มั่นหรือเขตการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ สำหรับแกนนำนักศึกษากรรมกรชาวนาภาคเหนือตอนบนบางส่วนนั้น น่าจะเริ่มมีการประสานหรือเตรียมการกันก่อนการเกิดเหตุการณ์ ล้อมปราบที่ธรรมศาสตร์เมื่อหกตุลาหนึ่งเก้า....แต่ฉันก็ไม่รุแน่ชัดวุ้ย เพราะ...ฉัน มันก็เพียง "มวลชน" ธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น...ฉันเดาๆ เอาตามทฤษฎีที่อ่านๆ และจากพฤติกรรมของพวกรุ่นพี่ๆ.....ที่รุสึกจะไม่มีใคร ..."กลัว" อะไรกันเลย....กระทั่งความตาย....

ดังนั้นการติดคุกนะเหรอ ....เรื่องขี้ประติ๋ว....เพียงแต่ว่าฉันไม่เคยติดคุกกับใครเขาด้วยเท่านั้น....ฉันเป็นแต่คนคอยไปส่งข้าวส่งน้ำ "คนคุก" .... ตอนนั้นรุสึกเป็นภารหน้าที่..ที่..?? ที่ชอบที่จะทำ... และอือ..เมื่อคิดย้อนหลังกลับไปดูใหม่....ที่ชอบอาสาไปเยี่ยม "คนคุก"....บ่อยๆ...อาจจะรุสึกเป็นห่วงกะ "คิดถึง" -ใครบางคนแบบไม่ปกติด้วยมั๊ง? เป็นความคิดถึงที่แอบๆ คิด? ไม่แน่ใจ..รุสึกว่าตัวเองออกจะกลัวๆ ความรุสึกแบบนี้ของตัวเอง?...แล้วยิ่งรุสึกคิดถึงมากก็ยิ่งรุสึกว่ามันผิดๆ ยังไงไม่รุ แบบยิ่งคิดก็ยิ่งวูบๆ เจ็บๆ ที่ข้างในอกในใจอยู่เรื่อยๆ มากขึ้นไปอีก....ยิ่งเมื่อพวกที่ไปติดคุกทั้งหมดถูกประกันตัวออกมา....แล้วก็พากันก็หายแซปหายสอยกันไปหมด....??? [ฉันไม่เคยคุยความรุสึกนี้กะใครเลย แม้กระทั่งพี่ ต-1 และ พี่จ-ขาว/จ-กลัวแมว อาจบางทีจะเป็นความรุสึกที่ฉันยังกึ่งๆกลัวๆ ..กะมัง?...รุสึกผิดๆกลัวๆ อย่างไรไม่รุ....และทรมานมากที่คนปากโป้งอย่างฉันต้องเก็บงำความรุสึกอะไรไว้สักอย่างโดยไม่ได้บอกใครซักคนเลย....?]

แต่จนแล้วจนรอดฉันก็ไม่ได้ไปทัศนศึกษา เขต "ฐานที่มั่น" เหมือนอย่างเจ้ากลุ่มมังกรน้อย ได้แต่ออกไปอยู่ตามบ้านชาวนาในชนบท ไปเกี่ยวข้าวบ้าง เก็บใบยาสูบบ้าง เก็บหอมบ้าง ฯลฯ อยู่กับชาวบ้าน....แล้วก็ไม่ได้ใช้ตังค์เลย..ขอชาวบ้านกิน...??? จนในที่สุดก็เกิดเหตุการณ์ล้อมปราบที่ธรรมศาสตร์....

ช่วงนั้น ฉันออกจากหมู่บ้านกลับเข้ามาในเมือง ก่อนหน้าวันที่หกตุลามีชุมนุมประท้วงกันแทบทุกวัน  แต่จำได้ว่าวันที่สี่ที่ห้า เห็นพวกรุ่นพี่ประดาตัวปิด (พวกที่ไม่ได้ขึ้นไฮปาร์คบนเวที....แต่มักจะอยู่ใต้ถุนหรืออยู่หลังเวที)....ล้อมวงถกกันหน้าดำคร่ำเครียด...ก่อนหน้านั้นสักระยะหนึ่งแล้วการเหงี่ยหูฟังวิทยุคลื่นสั้นกัน ....เป็นกิจกรรมปกติ....

จำได้ว่า....มีรุ่นพี่รุ่นเพื่อนที่รุจักหลายคน-ไม่รุใครเป็นใคร-เป็นหน่วยการ์ดหน่วยข่าว....คอยป้องกันและสืบความเคลื่อนไหวของพวกปฏิกิริยา ทั้งลูกเสือชาวบ้าน กระทิงแดง นวพล???....มีรุ่นพี่ผู้หญิงคณะวิดยาแสนรักคนหนึ่งของฉันมาเล่าให้ฟังตอนหลังว่า...ได้ส่งหน่วยข่าวลงไปสืบข่าวถึงจังหวัดพิษณุโลก...ส่วน กทม. ก็แน่นอนว่ามีการ..ประสานแลกเปลี่ยนข่าวสารกันอยู่แล้ว....การส่งหน่วยข่าวลงไปดูความเคลื่อนไหวตั้งแต่สี่จังหวัดภาคเหนือตอนบนลงไปจนถึงพิษณุโลก ทำให้รู้เห็นถึงการกะเกณฑ์กำลังพลเรือนของอำนาจรัฐปฏิกิริยา ทั้งในรูป ลูกเสือชาวบ้าน นวพล กระทิงแดง ฯลฯ และ รุ่นพี่ทางฝั่งสวนดอกอีกคนหนึ่ง ก็เล่าให้ฟังตอนหลังอีกเช่นกัน ว่า ตัวเองเป็นหน่วยหนึ่ง...ที่แต่งตัวไม่ต่างจากนักศึกษาเทคนิค (ช่างกล?วิดวะ-กางเกงยีนเสื้อสีน้ำเงิน??) ที่ขับมอเตอร์ไซด์ฝ่าเข้าไปในขบวนของลูกเสือชาวบ้าน-นวพล-กระทิงแดง-ที่กำลังรวมพลกันเยอะมากเป็นหลายร้อยคน...ที่ไหน นะ จำไม่ได้   เรียกไม่ถูก ...แล้ว..... ลืม.....ฯลฯ

เมื่อประมวลทั้งหมดเข้าด้วยกัน กลางดึกของคืนวันที่ห้าตุลาก็ได้บทสรุปออกมาว่า มันล้อมปราบแน่...และน่าจะทำพร้อมกันกับที่จะทำที่กรุงเทพฯ แกนนำ-ที่ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด  ก็คือ...รุ่นพี่แสนรักของฉันราวๆสิบกว่าคนนั่นแหละ-ก็ตัดสินใจ  ไม่เอาชีวิตของมวลชนมาเสี่ยง.......ประกาศสลายการชุมนุมที่กะลังเข้มข้นผู้คนก็มากันมากมายเสียในกลางดึกก่อนหกทุ่มของคืนวันที่ห้าตุลานั่นเอง

หลายคนที่อยู่วงนอกๆ ก็เป้นงงๆ..กันว่า กรุงเทพฯ ยังไม่เลิกชุมนุมแล้วเรา-เชียงใหม่เลิกทำไม? แต่แล้ววันรุ่งขึ้น...๖ ตุลา ๒๕๑๙.....คำตอบก็กระจ่างชัด.....เล่าขานกันว่า ฝูงลูกเสือชาวบ้าน นวพล กระทิงแดง ฯลฯ เคลื่อนเข้ามาเจอกับความว่างเปล่า.....!?!

ที่เชียงใหม่ศูนย์กลางการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักศึกษากรรมกรชาวนาชาวไร่ภาคเหนือใน พ.ศ.นั้น หลีกเลี่ยงการเสียเลือดเนื้อไปได้อย่างหวุดหวิด 

แต่ที่ ธรรมศาสตร์ สนามหลวง...ใจกลางกรุงเทพฯ ....ก็อย่างที่รุๆ ตายกันเป็นเบือ? และ มีโจทย์มีจำเลยให้จะต้องชำระสะสางหนี้เลือดทางประวัติศาสตร์กันมาจนถึง พ.ศ.นี้ (๒๕๕๒)! 

 

หมายเหตุ-2519me : 

 

 

คงต้องจดจารบันทึกไว้ตรงนี้ ว่า....จำเลยที่จะต้องรับผิดชอบต่อการนองเลือดที่ธรรมศาสตร์-สนามหลวง-ใจกลางกรุงเทพฯ ใน พ.ศ.นั้น...หนึ่ง..ก็อยู่แล้ว...ก็ต้องคือ-รัฐบาล/อำนาจรัฐและกลไกติดอาวุธ ทั้งในรูปที่เป็นทางการ-ทหารตำรวจ-องค์กรติดอาวุธ รวมทั้งกลไกที่ไม่เป็นทางการ-ในรูปพลเรือน (ลูกเสือชาวบ้าน นพวพล กระทิงแดง ฯลฯ )....สอง..แกนนำนักศึกษากรรมกรชาวนาในช่วงนั้น....และ สาม...สำมะคันมาก    คือ  พลพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (ทั้งในคราบนักศึกษากรรมกรชาวนา...พวก ส. ย. (แกนนำ) ที่เคลื่อนไหวในเมืองไงล่ะ?....ใครบ้างถ้ายังไม่ตายก็น่าจะโผล่หัวออกมาร่วมรับผิดชอบด้วย!! ต้องตอบคำถามว่า ทำไมถึงไม่สลายการชุมนุม!!!""เหมือนอย่างที่ เชียงใหม่ทำ.....??????  ...ถ้าประเทศนี้ ไม่มีการสรุปบทเรียนทางประวัติศาสตร์ตรงนี้ออกมาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่ คนผิดคนชั่วทุกซีกฝ่ายต้องถูกพิพากษาอย่างเท่าเทียม...ไม่เช่นนั้นการเดินซ้ำรอยประวัติศาตร์ด้านชั่วของมนุษย์ ก็จะเป็นปรากฏการณ์ซ้ำซาก รึไม่ก็จะเปิดโอกาสให้คนชั่วๆหยิบบางตอนของประวัติศาสตร์มาบิดเบือน....ฯลฯ

 

 กลับไป  บทที่11 / back to main page / CMU /ไป บทที่ 13

 สาวสวนแตง ( G )
สุรพล สมบัติเจริญ
G



ดนตรี 4 Bars..2...3...
4...สาว สวนแตงแห่งเมืองสุพรรณ
ชื่อเสียงน้องมาลือลั่น ดังโจษจันไปทั้งทั่วกรุง
เพราะเข้าประกวด เทพีสวนแตงดาวรุ่ง
ภาพเจ้ามาถึงกรุง เจ้าจึงพุ่งสู่ความสนใจ
สาว สวนแตงเปลี่ยนแปลงศักดิ์ศรี
ข่าวภาพน้องเป็นเทพี
จึงได้มีชื่อเสียงเกริกไกร
เสียงหนังสือพิมพ์ แมวมองหมายปองเจ้าไป
สู่ดารายิ่งใหญ่ สู่กลิ่นไอของความลาวัลย์
ข่าว สังคมเขาชมไม่สร่าง
วิทยุต่างต่างมีคนขอเพลงให้ฟังทั้งวัน
กลัว เจ้าเพลินจนลืมสุพรรณ
สวนแตงแหล่งเรารักมั่น
เฝ้าคอยวันให้เจ้ากลับไป
สาว สวนแตงแห่งเมืองสุพรรณ
พี่คิดถึงเจ้าทุกวันคอยแจ่มจันทร์แม่แตงร่มใบ
พื้นดินแล้งแห้ง ไร่แตงเหมือนคนหมองไหม้
โปรดไปเป็นขวัญใจ กลับสู่ไร่นะสาวสวนแตง
ดนตรี 8 Bars..6...7...
8...ข่าว สังคมเขาชมไม่สร่าง
วิทยุต่างต่างมีคนขอเพลงให้ฟังทั้งวัน
กลัว เจ้าเพลินจนลืมสุพรรณ
สวนแตงแหล่งเรารักมั่น
เฝ้าคอยวันให้เจ้ากลับไป
สาว สวนแตงแห่งเมืองสุพรรณ
พี่คิดถึงเจ้าทุกวันคอยแจ่มจันทร์แม่แตงร่มใบ
พื้นดินแล้งแห้ง ไร่แตงเหมือนคนหมองไหม้
โปรดไปเป็นขวัญใจ กลับสู่ไร่นะสาวสวนแตง

 

 

Intro2519Me

ช่วงปี 2519-2523

ช่วงปี 2523-2528

ช่วงปี 2528-2552

Me's main menu / Today's Me /Me's relaxing/Me's activities for Autistic Thailand Found