บทที่ ๑

บทนำ

1 ความเป็นมาของเรื่องที่ศึกษา

ปัจจุบันสภาพสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อันเนื่องมาจากพฤติกรรมของมนุษย์ที่มีปริมาณประชากรเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ เสริมแรงด้วยระบอบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมซึ่งเน้นการผลิตและการบริโภคสินค้าทีละมากๆ ในระยะเวลาอันสั้น เพื่อผลกำไรคราวละมากๆ ระบอบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมได้รุกฆาตการครอบงำลึกเข้าไปครอบคลุมจนแทบจะทุกตารางนิ้วของทั่วทุกภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะประเทศโลกที่สามอย่างประเทศไทยนั้น ลงถึงระดับครัวเรือนในชนบท ทำลายล้างวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการอยู่การกินการใช้ชีวิตประจำวันแบบดั้งเดิมจนแทบหมดสิ้น

เช่น วัฒนธรรมการกินแบบพิถีพิถันอย่างหลากหลายวัฒนธรรมท้องถิ่นของคนไทยในภาคต่างๆ  ถูกแทนด้วยวัฒนธรรมการกินแบบแดกด่วนแบบเดียวกันกระจายไปทุกภาค วัฒนธรรมการกินแบบดั้งเดิมไม่ใช่วิถีชีวิตอีกต่อไปแต่เป็นเพียงพิธีกรรมเอาไว้แสดงปาหี่เรียกนักท่องเที่ยวต่างชาติ, วัฒนธรรมการช่วยเหลือกันด้วยประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าวหายไป มีข่าวนายทุนจากซาอุดิอาระเบียหรือประเทศในแถบตะวันออกกลางที่ร่ำรวยจากการขายน้ำมัน เข้ามากว๊านซื้อที่นาเตรียมทำนาแบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เข้ามาแทนที่การทำนาแบบพอเพียงแต่ละครัวเรือนแล้วเหลือขาย เจ้าของที่นาจะถูกกลายสภาพให้เป็นเพียง "ลูกจ้าง" ขายแต่เพียงแรงงานของบรรษัทข้ามชาติต่างชาติในที่นาซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นของตัวเองและบรรพบุรุษ ฯลฯ

ระบอบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมซึ่งเน้นการผลิตและการบริโภคสินค้าทีละมากๆ ในระยะเวลาอันสั้น เพื่อผลกำไรคราวละมากๆ ทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและโภคทรัพย์ของสังคมมนุษย์แบบเหมือน ๆ กัน คราวละมากๆ  ที่ต้องควบคู่ไปกับการบริการจัดจำหน่ายจ่ายแจกเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่แบบอุตสาหกรรมในรูป บริษัท/บรรษัท/เฟรนไชน์/แบรนเนม ข้ามชาติข้ามโลก ก่อให้เกิดการรุกล้ำธรรมชาติอย่างขนานใหญ่ถึงขั้นล้างผลาญทำลาย ทั้งป่าไม้ หน้าดินและลึกลงไป ผืนน้ำทั้งแม่น้ำลำคลองหนองบึงท้องทะเลและลึกลงไป ผืนฟ้าอากาศและบรรยากาศสูงขึ้นไป 

ปกติการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป การทำลาย การเปลี่ยนสภาพเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ การเกิดใหม่ การสร้างใหม่ จะเป็นวงจรอันเกิดขึ้นทดแทนกันและกันได้อย่างต่อเนื่องสมดุล แต่เมื่อมีพฤติกรรมของมนุษย์อันเนื่องมาจากระบอบเศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรมแบบทุนนิยมบริโภคนิยมที่เน้นการผลิตสินค้าแบบอุตสาหกรรมทำให้ต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติทีละมากๆ  ดังกล่าว เข้ามาเกี่ยวข้อง ได้ทำให้ความต่อเนื่องและสมดุลของระบบในธรรมชาติถูกทำลาย

สภาวะที่ติดตามมา คือ การเกิดมลพิษขึ้นทุกส่วนในโลก โดยเฉพาะภาวะเรือนกระจกจากการมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศในปริมาณที่มากเกินไป ขณะที่ป่าไม้ซึ่งมีพืชพันธุ์ที่จะเป็นตัวใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็ลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว

จากการเฝ้าติดตามข่าวสารสถานการณ์พฤติกรรมมนุษย์ทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะตามภูมิภาคเอเชียแถบเส้นศูนย์สูตร ที่เคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้หลากหลายประเภท เช่น ป่าฝน ป่าร้อนชื้น ป่าเบญจพรรณ ฯลฯ ปัจจุบันอัตราการถูกทำลายเป็นไปอย่างรวดเร็วอันเนื่องมาจากการขยายตัวของประชากร และการรุกเข้ามาของทุนโลกาภิวัฒน์ ทุนข้ามชาติ ทุนไร้พรมแดน ทำให้ป่ากลายเป็นบ้าน กลายเป็นชุมชน กลายเป็นเมือง และกลายเป็นชุมชนแออัดในเมือง ท้องทะเลกลายเป็นแหล่งทิ้งกากนิวเคลียร์และสารพิษทั้งปวง ท้องฟ้าและห้วงนภากาศกลายสภาพเป็นสภาวะเรือนกระจก และที่เร่ร่อนโคจรของดาวเทียมชาติต่าง ๆ ซึ่งค่อย ๆ ทยอยกันหมดอายุ และกลายสภาพเป็นขยะในชั้นบรรยากาศและไกลออกไป โดยไม่มีทีท่าว่าจะมีมาตรการหรือกระบวนการอะไร จะมาหยุดยั้งการรุกทำลายระบบในธรรมชาติของมนุษย์ได้ โดยเฉพาะการบุกรุกล้างผลาญทำลายป่าอยู่ในอัตราเร่งที่เร็วกว่ายุคสมัยใด ๆ ในอดีต

ป่าไม้นั้นเป็นบ้านและชุมชนยังชีพให้อยู่รอดของสรรพชีวิตทั้งหลายทั้งพืชและสัตว์ เมื่อปราศจากที่อยู่อาศัยและชุมชนอันได้เคยอาศัยยังชีวิต พืชและสัตว์นานาชนิดก็ค่อยๆ ทยอยกันสูญพันธุ์ไปทีละสายพันธุ์ ๆ โดยที่มนุษย์เองก็ต้องผจญกับมหันตภัยจากภาวะเรือนกระจกอันเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศที่ยังให้โลกทวีความร้อนเพิ่มขึ้น ๆ ๆ และเพิ่มขึ้น

เมื่อหยุดยั้งพฤติกรรมการรุกทำลายล้างธรรมชาติของมนุษย์ไม่ได้ หรือได้ไม่ทันการณ์ ก็จึงมีแต่ต้องเร่งสร้างป่าปลูกมือทำให้มนุษย์กับป่าอยู่ด้วยกันได้อย่างสมานฉันท์  ป่าปลูกมือทำจะต้องแทรกตัวอยู่ในทุกอณูของวิถีชีวิตมนุษย์ คู่ขนานกันไปกับการพยายามอนุรักษ์ป่าไม้ผืนใหญ่ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ นั่นคือ การทำให้เกิดป่าขึ้นในบ้าน ในชุมชน และในเมือง ต่อไปในอนาคตมนุษย์ทั่วทุกชุมชนทุกหนทุกแห่งในโลก อาจมีวิถีชีวิตที่หายใจเข้าก็พืชพันธุ์ไม้หายใจออกก็พืชพันธุ์ไม้ เช่น มนุษย์อาจจะทาสีบ้านทาสีรั้วทาสีกำแพงด้วยพืชไม้หลากสี  มนุษย์อาจนั่งบนโถส้วมที่เป็นต้นไม้มีชีวิตซึ่งดัดแปลงให้มีรูปทรงซึ่งมนุษย์จะนั่งถ่ายทุกข์ได้อย่างสุขารมณ์โดยที่มีรากของมันเป็นตัวรีไซเคิล/นำกลับมาใช้ใหม่ซึ่งของเสียที่มนุษย์ถ่ายออกมาโดยไม่ต้องใช้ถังกระไม่ต้องมีบริการ "ดูดส้วม" อีกต่อไปก็เป็นได้ ฯลฯ

ปัจจุบันการดูแลเพาะขยายพืชพันธุ์ไม้ มักเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนเพราะส่วนใหญ่ยังตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของการปลูกพืชเชิงเดี่ยวแบบสังคมอุตสาหกรรมเพื่อการค้าดังกล่าวแล้วข้างต้น ซึ่งต้องมีการใช้สารเคมี ทั้งปุ๋ยสูตรต่าง ๆ มากมายหลายสูตรหลายขนาน ทั้งยาฆ่าเชื้อโรคพืชหลากหลายชนิด ภายในระยะเวลาที่แน่นอน ภายในเท่านั้นวันเท่านี้วัน โดยโอกาสที่พืชพันธุ์ไม้จะมีชีวิตรอดก็น้อย รวมทั้งคนปลูกเองและลูกเด็กเล็กแดงผู้แก่ผู้เฒ่าตลอดจนคนพิการในบ้าน ในครัวเรือน หรือในชุมชน ก็ต้องผจญกับอันตรายจากพิษของสารเคมีต่างๆ ที่ใช้

ปัญหาจึงอยู่ที่ทำอย่างไร จึงจะให้การดูแลเพาะขยายพืชพันธุ์เป็นเรื่องง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องพิถีพิถันเอาใจใส่มากของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะในชุมชนเมือง เช่น ไม่ต้องรู้จักนิสัยของพืชพันธุ์ไม้มาก ก็ปลูกได้ แค่รดน้ำเป็นและรู้จักเติมเครื่องปลูกง่าย ๆ บ้างเป็นครั้งคราว ก็ปลูกได้ ไม่ต้องมีความรู้เรื่องพืชพันธุ์ไม้มากมายอะไร ก็ปลูกได้ เป็นต้น

จึงเป็นที่มาของ การค้นคว้าศึกษาเรื่อง การอนุรักษ์และขยายพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในชุมชน

2 วัตถุประสงค์ของการศึกษา

2.1 เพื่อสร้างหนังสืออ่านนอกเวลา เรื่อง การอนุรักษ์และขยายพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในเขตชุมชน สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ ๓ ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย

2.2 เพื่อหาประสิทธิภาพของหนังสือ เรื่อง การอนุรักษ์และขยายพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในเขตชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ ๓ ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย

3 ขอบเขตของการศึกษา

การสร้าง หนังสืออ่านนอกเวลาตามอัธยาศัย สำหรับนักเรียนและบุคคลทั่วไปโดยเฉพาะที่กำลังศึกษาอยู่ในช่วงชั้นที่ ๓ และช่วงชั้นที่ ๔ ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย เรื่อง การอนุรักษ์และขยายพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในชุมชน  ขอบเขตของการศึกษา จำกัดอยู่ในชุมชนเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น  โดยเป็นการสังเคราะห์   กิจกรรมรูปธรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ของ กลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติกเพื่อการอาชีวะบำบัดและการฝึกอาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศจังหวัดขอนแก่น จำนวน ๕ ครอบครัว (ภาคผนวก ฉ.) จากจำนวนสมาชิกกลุ่มทั้งหมด ๑๕ ครอบครัว  ออกมาเป็นองค์ความรู้นามธรรมสักชุดหนึ่งที่สามรถจะนำไปต่อยอดประยุกต์ใช้ได้ทั่วไป

4 นิยามศัพท์

4.1 หนังสืออ่านนอกเวลา สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ ๓ และช่วงชั้นที่ ๔ ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย หมายถึง หนังสือที่แต่งและสังเคราะห์ขึ้น เพื่อให้ ความรู้ ข้อเท็จจริง ทรรศนะ ความคิดเห็น ค่านิยม ทฤษฎี องค์ความรู้ใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้อง  แก่ผู้อ่าน โดยเป็นความรู้อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหลักสูตร ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นประโยชน์ในการสร้างเสริมประสบการณ์ของผู้อ่าน ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับการศึกษาช่วงชั้นที่ ๓ และช่วงชั้นที่ ๔ ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยการถ่ายทอดอย่างเป็นระบบและมีศิลปะ

4.2 การอนุรักษ์และขยายพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อน หมายถึง การปลูก การเพาะ การสะสม และการขยายพืชพันธุ์ไม้ ทั้ง พืชพันธุ์ไม้พื้นเมือง พืชพันธุ์ไม้พื้นบ้าน ที่หายากและนับวันจะสูญหายไป รวมทั้งพืชพันธุ์ไม้จากถิ่นอื่นทุกชนิด แล้วจำหน่ายจ่ายแจกไปตามช่องทางต่างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อที่ทุกบ้านทุกครัวเรือนในทุกชุมชนจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ไม้นานาชนิด ทั้งเพื่อความสวยงาม เพื่อความเพลิดเพลิน และที่สุด คือ เพื่อความชุ่มชื้นร่มเย็นตั้งแต่ในบ้าน ในครัวเรือน ในชุมชน แล้วขยายออกสู่วงกว้างระดับภาค ระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลกในที่สุด อันเป็นการต้านภัยโลกร้อนได้อย่างง่ายๆ เพียงการปลูก เพาะ ขยาย ตาม หลักสมดุลระบบนิเวศ แล้ว จำหน่าย จ่ายแจก ออกไป

เพราะมีแต่ พืชพันธุ์ไม้ เท่านั้นที่เป็น "ตัวกินก๊าซคาร์บอนไดซ์ออกไซด์" อันเก่าแก่ที่สุดในธรรมชาติ  จึงสามารถจะลดภาวะเรือนกระจกจากการมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ล้นเกินในชั้นบรรยากาศสาเหตุของภาวะโลกร้อนได้อย่างยั่งยืนและง่ายดายที่สุด แค่เพียงมาร่วมด้วยช่วยกัน สร้าง เพาะ แพร่ขยาย และ จำหน่าย จ่ายแจก เจ้า "ตัวกินก๊าซคาร์บอนไดซ์ออกไซด์"

4.3 สมดุลระบบนิเวศ หมายถึง ดุลยภาพการอยู่ร่วมกันของสรรพสิ่งซึ่งมีปฏิสัมพันธ์กันในขอบเขตหรือในบริบทที่แน่นอนหนึ่งที่ยังให้ระบบคงอยู่และหรือขยายตัวได้โดยระบบไม่เกิดการทำลายตัวเอง และระหว่างสรรพสิ่งแต่ละสิ่งในระบบก็ไม่ทำลายล้างกันเองจนสิ้นสูญแต่หนุนเอื้อเกื้อกูลกัน

4.4 หลักสมดุลระบบนิเวศ หมายถึง การจัด/คัดสรร สรรพสิ่งให้มาอยู่ร่วมกันอย่างหนุนเอื้อเกื้อกูลและปกป้องรักษากันเองได้ในขอบเขตหรือในบริบทที่แน่นอนหนึ่งๆ โดยสรรพสิ่งที่จัดหรือคัดสรรให้มาอยู่ร่วมกันนั้น มีคุณภาพและปริมาณที่ยังให้ระบบคงดุลภาพอยู่ได้ในปริมาณและคุณภาพที่แปรเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ 

4.5 การพัฒนาที่ยั่งยืนในเขตชุมชน หมายถึง การพัฒนาที่มีความต่อเนื่องและสามารถถ่ายทอดให้คนรุ่นต่อๆ ไป ดำเนินการต่อยอดพัฒนาได้ อย่างไม่มีที่สิ้นสุดรุ่นต่อรุ่น ภายในชุมชนหนึ่งๆ

5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ จากการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ คือ

5.1 มีหนังสืออ่านนอกเวลาสำหรับนักเรียนหรือผู้อ่านที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วงชั้นที่ ๓ และช่วงชั้นที่ ๔ ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย เรื่อง การอนุรักษ์และขยายพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในชุมชน

5.2 ได้เสริมสร้างความรู้แก่ผู้อ่านให้ตระหนักรู้ถึง การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ จนถึงขั้นปารถนาจะมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ปัญหาต่อไป

5.3 ได้เสริมสร้างทัศนคติและลักษณะนิสัยที่ดี ในการรักและหวงแหนในธรรมชาติ จากความสวยสดงดงามด้วยสีสรรและรูปทรงที่มีเสน่ห์จากรากจรดใบของพืชพันธุ์ไม้ต่างๆ

5.4 มีแนวทางในการสร้างหนังสืออ่านนอกเวลาตามอัธยาศัยในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ ต่อไป

6 วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง

6.1 หลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์ ช่วงชั้นที่ ๓ และ ช่วงชั้นที่ ๔

 

ความหมาย ของคำว่า หลักสูตร

ครอบคลุม กระบวนการนามธรรมและกิจกรรมรูปธรรมทั้งหมดในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนตามที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน ระดับชาติและระดับนานาชาติคาดหวัง หมายถึง  ข้อกำหนด อันประกอบด้วย วิสัยทัศน์ หลักการ จุดหมาย สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน  สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด การเวลาเรียน โครงสร้างเวลาเรียน การจัดการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เอกสารหลักฐานการจัดการศึกษา (หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๕๑ : ๔-๓๓)

กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

"การอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข การเป็นพลเมือง ศรัทธาในหลักธรรมของศาสนา การเห็นคุณค่าของทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม ความรักชาติ และภูมิใจในความเป็นไทย" (หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๕๑ : ๑๐)

สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์

"ภูมิศาสตร์ ลักษณะกายภาพของโลก แหล่งทรัพยากร และภูมิอากาศ และภูมิภาคต่างๆ ของโลก การใช้แผนที่ และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ความสัมพันธ์กันของสิ่งต่างๆ ในระบบธรรมชาติ ความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น การนำเสนอข้อมูลภูมิสารสนเทศ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน  (หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๕๑ : ๑๓๓ )

มาตรฐานการเรียนรู้ (หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๕๑ : ):-

มาตรฐาน ส ๕.๑

"เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และ ความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ง ซึ่งมีผลต่อกันและกันในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่ และ เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ในการค้นหา วิเคราะห์ สรุป และใช้ ข้อมูลภูมิสารสนเทศ อย่างมีประสิทธิภาพ"

มาตรฐาน ส ๕.๒

"เข้าใจปฎิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์วัฒนธรรม มีจิตสำนึก และมีส่วนร่วม ในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ตัวชี้วัด (หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๕๑ : ๑๖๑) :-

ช่วงชั้นที่ ๓

ตัวชี้วัดชั้นปี ม.๑ ข้อ ๓

"วิเคราะห์เชื่อมโยงสาเหตุ และแนวทางป้องกันภัยธรรมชาติ และการระวังภัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและทวีปเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย"

ช่วงชั้นที่ ๔

ตัวชี้วัด  ม. ๔-๖ ข้อ ๔

"ประเมินการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติในโลกว่าเป็นผลมาจากการกระทำของมนุษย์และหรือธรรมชาติ"

ตัวชี้วัด (หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๕๑ : ๑๖๓) :-

ช่วงชั้นที่ ๓

ชั้นปี ม.๑ ข้อ ๑

" วิเคราะห์ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ของ ทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย"

ช่วงชั้นที่ ๔

ตัวชี้วัด  ม. ๔-๖ ข้อ ๑

"วิเคราะห์สถานการณ์และวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยและของโลก"

ตัวชี้วัด  ม. ๔-๖ ข้อ ๕

"มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและการดำเนินชีวิตตามแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน"

 

6.2 หนังสืออ่านนอกเวลาตามอัธยาศัย

6.2.1 ความหมายของคำว่า "หนังสืออ่านนอกเวลา" และความหมายของคำว่า "ตามอัธยาศัย"

6.2.2 ความหมายของหนังสืออ่านนอกเวลาตามอัธยาศัย

6.2.3 ประเภทของหนังสืออ่านนอกเวลา

6.2.4 การเขียนหนังสืออ่านนอกเวลา

6.3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

6.4 การสร้างหนังสือ และ แนวทางใน การสร้างหนังสืออ่านนอกเวลาตามอัธยาศัย เรื่อง การอนุรักษ์และขยายพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในเขตชุมชน

 

WIND OF CHANGE-SCORPIONS