ฐานคิดเรื่องผลประโยชน์ของคนชื่อทักษิณ

โดย ธวัชชัย สุขลอย/24 สิงหาคม 2549 19:02 น.

จาก.....ผู้จัดการออนไลน์

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9490000108119

“คนที่มันอยู่ตรงข้ามผม ขับไล่ผมวันนี้ เป็นพวกที่เสียประโยชน์ทั้งนั้น” วาทะในลักษณะนี้เป็นของใคร เชื่อว่าหลายคนคงทราบดีอยู่แล้ว เนื่องจากบ่อยครั้งที่เราได้เห็นผ่านสื่อทางทีวี ทั้งจากการให้สัมภาษณ์นักข่าว บนเวทีหาเสียง และหรือในอีกหลายๆ เวที
       
        คำพูดที่กร่นออกมามักดังวนเวียนอยู่ในลักษณะนี้ ซึ่งตามหลักจิตวิทยาที่ครูบาอาจารย์สั่งสอนกันมาว่า การที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งพูดถึงสิ่งใดออกมาอยู่บ่อยครั้ง แสดงว่าคนคนนั้น มักคิดวนเวียนแต่เรื่องเหล่านั้น จนสะสมและสั่งสมฝังรากลึกอยู่ในความรู้สึกนึกคิด กระทั่งนำไปฝันเพ้อแม้ขณะหลับนอน
       
        นั่นคงหมายความถึงว่าเจ้าของวาทะนี้ คงมีชีวิตที่เกี่ยวดองหนองยุ่ง ฝักใฝ่ หมกมุ่น อยู่แต่เรื่องของผลประโยชน์กระมัง ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ตามเหตุและผลที่ผ่านมา เพราะบุคคลผู้นี้ก่อนที่จะเข้ามากุมอำนาจรัฐดังเช่นปัจจุบัน สื่อมวลชนในหลายแขนงได้นำเสนอสิ่งที่เป็นที่เกิดขึ้นจริงเกี่ยวกับบุคคลผู้นี้อยู่บ่อยครั้ง ทำให้สังคมได้รับรู้ความเป็นมาของบุคคลผู้นี้ ว่าเติบโตมาจากแวดวงธุรกิจ ด้วยการใด ใช่การวิ่งเต้นเข้าหาผู้มีอำนาจเพื่อให้ได้มาซึ่งสัมปทานหรือไม่
       
        หรืออีกนัยหนึ่ง ก็คือได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจแบบผูกขาดนั่นเอง อันนำมาซึ่งผลประโยชน์มหาศาลในเวลาต่อมา ส่วนผู้ที่อนุมัติสัมปทาน บุคคลผู้นี้ก็สมมนาคุณเป็นการแลกเปลี่ยนอย่างสมน้ำสมเนื้อ เป็นการแลกเปลี่ยน
       
        ด้วยพฤติกรรมเฉกเช่นนี้เองจึงทำให้บุคคลผู้นี้ ถูกมองว่า เห็นทุกอย่างเป็นเรื่องของผลประโยชน์ คิดแต่เพียงผสานผลประโยชน์เท่านั้น และเมื่อประสบความสำเร็จทางธุรกิจมั่นคงดีแล้ว ก็มองหาหนทางใหม่ๆ ในการเข้าถึงผลประโยชน์ ด้วยรู้ว่าผลของการมีอำนาจรัฐนั้นสามารถบันดาลประโยชน์แก่กลุ่มบุคคลได้ ดังที่ตนเองเคยได้รับมา นี่คงเป็นแรงจูงใจในการเข้ามาสู่แวดวงการเมือง
       
        และเมื่อบรรลุฝันได้มาซึ่งอำนาจรัฐ การบริหารบ้านเมืองของบุคคลผู้นี้ก็ยังวนเวียนอยู่กับเรื่องผลประโยชน์ นั่นคือ การบริหารผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง มากกว่าที่จะบริหารบ้านเมืองให้คนส่วนใหญ่ในชาติเกิดความผาสุก การตอบแทนเก้าอี้หรือตำแหน่งต่างๆ ก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การบริหารผลประโยชน์ของบุคคลผู้นี้ โดยดูที่ว่าใครฝากมา ใครให้ทุนพรรค ใครพร้อมสนองนโยบายธุรกิจตนและคนรอบข้าง ก็ตกรางต่างตอบแทนไป และก็พร้อมที่จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนเก้าอี้ เพียงเพื่อคงความสมดุลทางการเมือง หาได้ดูที่ความเหมาะสม และผลสัมฤทธิ์ของงานชาติเป็นหลักไม่ ทำเป็นเหมือน barter trade ทางการเมือง
       
        ดังเช่นที่มีข่าวอยู่เนืองๆ กับชาติโน้นบ้าง ชาตินี้บ้าง หากลองไล่เรียงกันดู ไม่ว่าจะกล่าวถึงประเด็นใด สิ่งแรกที่จะลอยมาแต่ไกลก่อนสำหรับบุคคลผู้นี้ ล้วนเป็นเรื่องผลประโยชน์แทบทั้งสิ้น หรือแม้แต่วาทะอันลือลั่นที่เกิดขึ้นอย่างไม่คิดฝัน ที่จังหวัดนครสวรรค์ “ใครเลือกผม ผมดูแลก่อน” ถามว่า การพูดเช่นนี้สืบเนื่องมาจากฐานความคิดเรื่องผลประโยชน์อีกใช่หรือไม่ ทุกคนคงตอบได้
       
        หากนึกย้อนถึงบุคคลที่อยู่ตรงข้าม ตามประโยคแรกในเครื่องหมายคำพูดข้างต้น เช่น สนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งถูกกระทบเข้าเต็มๆ กับวาทะนี้ หากเพียงสังคมจะเชื่อที่บุคคลผู้นี้พูดหรือไม่ คงมีคำตอบไปแล้ว จากจำนวนมวลคนนับพัน นับหมื่น นับแสน ที่ไปรวมตัวกัน ทั้งในจุดเริ่มที่ธรรมศาสตร์ สวนลุมพินี สนามหลวง สะพานมัฆวาน และในอีกหลายจุด หลายพื้นที่ ล้วนมีความจริงหลายๆ อย่างที่สนธิ ลิ้มทองกุล นำมาเปิดโปง เป็นแม่เหล็กดึงดูดมวลชน ทั้งสิ้น
       
        หรือ อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การบริหารบ้านเมืองของบุคคลผู้นี้อย่างตรงไปตรงมาในหลายกรณี อยู่บ่อยครั้ง คงต้องตั้งคำถามกลับ วาทะข้างต้นว่า อาจารย์ธีรยุทธ เสียผลประโยชน์ใด
       
        หรือบุคคลที่เคยอยู่ใกล้ชิดและก่อร่างสร้างพรรคมาด้วยกันอย่างไม้บรรทัดเหล็ก นาม ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เสียผลประโยชน์อันใด หรือแท้จริงแล้วทำใครเสียผลประโยชน์ จึงต้องกดดันบุคคลซึ่งสังคมส่วนใหญ่ให้ความเชื่อมั่นคนนี้ แยกตัวออกมา และเผยก้นบึ้งบางความรู้สึกใน “คนดีไม่มีเสื่อม” หนังสือที่บุคคลซึ่งเป็นตัวละครอยู่ด้วย ไม่เคยแนะนำให้เหล่าเสนาบดีทั้งหลายอ่าน
       
        หรือเหล่าคณาจารย์จำนวนไม่น้อย เช่น อาจารย์ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์ธีรภัทร เสรีรังสรรค์ เสียผลประโยชน์ใด จึงออกมายืนอยู่ตรงกันข้ามอย่างเปิดเผย ทั้งๆ ที่อาจารย์ทั้งสองมีส่วนสำคัญยิ่งในการร่างนโยบาย และนำเจ้าของวาทะข้างต้น ก้าวขึ้นสู่อำนาจ
       
        จึงเป็นสิ่งน่าขบคิดว่าเหตุใด บุคคลผู้นี้จึงนิยมที่จะมองบุคคลที่ยืนอยู่ตรงข้าม เป็นผู้เสียผลประโยชน์ซะทั้งหมด หากไม่เพราะเส้นทางการเติบโตของบุคคลผู้นี้เกี่ยวข้องกับคำว่าผลประโยชน์มาตลอดชีวิต จนเกิดการสั่งสมเป็นฐานคิด และมองว่าทุกสิ่งเป็นเรื่องของผลประโยชน์
       
       
ถึงตรงนี้ ก็คงต้องฝากให้ทุกคนจับตาดูต่อไปว่า เจ้าของวาทะ “คนที่มันอยู่ตรงข้ามผม ขับไล่ผมวันนี้ เป็นพวกที่เสียประโยชน์ทั้งนั้น” จะจบเส้นทางของตนเอง ก็ด้วยเพราะคำว่าผลประโยชน์ หรือไม่

Today's Me-menu /Me-voices menu

 

 

Y.M.C.A.