รายได้ของพวกตะกวด.....ในระบอบทักซิน
ระดับคนปรุงอาหารขึ้นโต๊ะ....พวกตะกวดพวกนี้ทั้งนั้นแปรงรายได้รัฐเป็นรายได้กรู


๑๑๑๑๑

เปิดขุมข่าย ข้าราช(กู)
ปตท.-คลัง-คมนาคม
รังใหญ่ระบอบทักษิณ
คุมนโยบายเศรษฐกิจ!
04 July 2006 19:02
จำนวนผู้อ่าน 800 คน

เปิดทีเด็ด “ข้าราช(กู)” ในยุคระบอบทักษิณเรืองอำนาจ คุมนโยบายสำคัญด้านเศรษฐกิจ ฟันเฉพาะค่าเบี้ยประชุมบานตะไท ครอบคลุมทั้ง “พลังงาน-คลัง-คมนาคม” เฉพาะด้านพลังงานมีการวางตัวบุคคลไว้สูงถึง 8 คนที่ติด 20 อันดับแรก ส่วนด้านการเงินการคลัง มี7 คนที่ติดโผ ด้านคมนาคมมี 2 คน เผยวางตัวกันตั้งแต่เรียน “วปรอ.” สารพัดรุ่น โยงใยนัวเนียกันหมด ขณะที่บางคนก็มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิด-ช่วยเหลือคนในระบอบทักษิณตลอด

หลังจาก www.thaiinisider.com เปิดเผยถึงรายละเอียดการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนของรัฐวิสาหกิจตั้งแต่ปี 2548 ถึง 31 มี.ค.2549 ซึ่งพบว่า มีการเบิกจ่ายสูงถึง 552.684 ล้านบาท และมีข้าราชการและอดีตข้าราชการถึง 20 รายที่เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ มากกว่า 1 แห่ง จำนวน 20 รายนั้น สามารถแยกออกได้เป็น 3 สายงานใหญ่ที่เป็น “หัวใจทางเศรษฐกิจ” ในระบอบทักษิณ คือ

-เครือข่ายด้านพลังงานที่มีคนใน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นกำลังหลัก
-เครือข่ายด้านการเงินการคลัง มีข้าราชระดับสูงในกระทรวงการคลังเป็นกำลังหลัก
-เครือข่ายด้านคมนาคม มีข้าราชการในกระทรวงคมนาคมเป็นกำลังสำคัญ

นอกจากนี้ก็มีนายธงทอง จันทรางศุ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมที่ส่งเข้าไปดูแลด้านอสมท. มีเพียงม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ระบอบทักษิณยังไม่สามารถเข้าไปครอบงำได้ และอาจรวมถึงนายศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเช่นกัน ที่ไม่ได้มีบทบาทสำคัญอะไรมากนัก

ในส่วนของเครือข่ายด้านพลังงานนั้น มีถึง 8 คนที่เป็นข้าราชการและอดีตข้าราชการที่ “ระบอบทักษิณ” ส่งคนเข้าไปเป็นกรรมการในคณะกรรมการ คณะกรรมการอื่นๆ และคณะอนุกรรมการที่มากกว่า 1 แห่ง คือ
1.นายพิชัย ชุณหวชิร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. รวม 12 แห่ง
2.นายมนู เลียวไพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รวม 10 แห่ง
3.นายอดิเทพ พิศาลบุตร ผู้บริหาร ทีโอซี รวม 10 แห่ง
4.นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. รวม 9 แห่ง
5.นายพละ สุขเวช อดีตผู้ว่าการปตท. รวม 9 แห่ง
6.นายปรัชญา ภิญญาวัธน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ปตท. รวม 6 แห่ง
7.นายจิตรพงษ์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ปตท. รวม 5 แห่ง
8.นายอนนต์ สิริแสงทักษิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ปตท. รวม 5 แห่ง

ขณะที่เครือข่ายด้านการเงินการคลัง มีข้าราชการระดับสูงที่ถูกส่งเข้าไปเป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ คือ
1.นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง รวม 19 แห่ง
2.นายวุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ รวม 16 แห่ง
3.นายศานิต ร่างน้อย รองปลัดกระทรวงการคลัง รวม 9 แห่ง
4.นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ อธิบดีกรมธนารักษ์ รวม 7 แห่ง
5.นายอุทิศ ธรรมวาทิน อธิบดีกรมสรรพสามิต รวม 6 แห่ง
6.นายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา อธิบดีกรมบัญชีกลาง รวม 6 แห่ง
7.นายสมชัย สัจจพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รวม 6 แห่ง

ส่วนเครือข่ายด้านคมนาคม มีอดีตข้าราชการและข้าราชการระดับสูง เกี่ยวข้องกับระบอบทักษิณคือ
1.นายสามารถ ยลภัคย์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม รวม 16 แห่ง
2.พล.อ.อ.ณงรค์ศักดิ์ สังขพงศ์ รวม 6 แห่ง (พี่ชายพล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ผอ.กองสลากฯ)

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ กลุ่มคนที่โยงใยถึง “ระบอบทักษิณ” นั้น ส่วนใหญ่เคยผ่านหลักสูตร “วปรอ.” หรือที่รู้จักกันในนาม “วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน” ซึ่งที่ผ่านมามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในการวางรากฐานให้ “ระบอบทักษิณ” มีความแข็งแกร่ง

เริ่มจาก...วปอรอ.รุ่น 38 ที่มีคนดังอย่าง นายทนง พิทยะ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายวิเศษ จูภิบาล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และเลขาธิการพรรคไทยรักไทย, นายประยุทธ มหากิจศิริ รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย, นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน (น้องเขยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร), นายวิสุทธิ์ มนตริวัต อดีตรองปลัดกระทรวงคมนาคม ที่ถูกเสนอชื่อเป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน แต่มีปัญหาจนต้องถอนตัว และล่าสุดได้รับการแต่งตั้งไปเป็นคณะกรรมการธนาคารของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในตำแหน่งกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระแล้ว โดยในรุ่นนี้มีนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ อธิบดีกรมธนารักษ์ร่วมอยู่ในรุ่นด้วย

ซึ่งนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ อธิบดีกรมธนารักษ์นี้ เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ ถึง 7 แห่ง ประกอบด้วย
-ในฐานะประธานกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (ตั้งแต่ ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานกรรมการบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 25,000 บาท (ตั้งแต่ ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานกรรมการบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (ตั้งแต่ มิ.ย.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 25,000 บาท (ตั้งแต่ ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 45,000 บาท (ตั้งแต่ ม.ค.48-มี.ค.48) และมีอัตราค่าเบี้ยประชุม 50,000 บาท (ตั้งแต่เม.ย.48-พ.ค.48)
-ในฐานะประธานกรรมการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (ตั้งแต่ ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ปตท. มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 20,000 บาท (ตั้งแต่ ม.ค.48-ธ.ค.48)

วปอรอ.รุ่น 39 มีนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวเรือใหญ่ โดยนอกเหนือจากนี้ก็มีพล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี, นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน, นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.), นางจุฑามาศ ศิริวรรณ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), นายบัญญัติ จันทร์เสนะ อธิบดีกรมที่ดิน, นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งในรุ่นนี้มีนายอุทิศ ธรรมวาทิน อธิบดีกรมสรรพสามิตร่วมอยู่ในรุ่นด้วย

ซึ่งนายอุทิศ ธรรมวาทิน อธิบดีกรมสรรพสามิต นี้ เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ ถึง 6 แห่ง ประกอบด้วย
-ในฐานะกรรมการบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานกรรมการโรงงานยาสูบ มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (ตั้งแต่ พ.ย.47-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานกรรมการองค์การสุรา มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ตั้งแต่ พ.ย.48-มี.ค.49)
-ในฐานะรองประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 11,250 บาท (ตั้งแต่ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานกรรมการคณะกรรมการบริหารธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (ตั้งแต่ก.พ.48-ม.ค.49)
-ในฐานะประธานกรรมการคณะอนุกรรมการพิจารณาการลงทุนและบริหารความเสี่ยงโรงงานยาสูบ มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (ตั้งแต่พ.ย.48-มี.ค.49)

วปอรอ.รุ่น 40 มีนายดุสิต ศิริวรรณ หนึ่งในอดีตสองพิธีกรรายการ “เมืองไทยรายวัน” และ “สมัคร-ดุสิตคิดตามวัน” ที่ออกมาเป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาล ถึงขนาดเคยออกมาตำหนิพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษมาแล้ว, พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผบ.สส. ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ, นายนิวัฒนธำรง บุญทรงไพศาล ประธานกรรมการบริหารสถานีโทรทัศน์ไอทีวี, นายบุญชู ดิเรกสถาพร กรรมการผู้จัดการบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และรักษาการประธานกรรมการตรวจสอบของเอไอเอส ซึ่งในรุ่นนี้มีนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ปตท.ร่วมอยู่ด้วย

ซึ่งนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ปตท.นี้ เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ ถึง 9 แห่ง ประกอบด้วย
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.48-มี.ค.48) และมีอัตราค่าเบี้ยประชุม 50,000 บาท (ตั้งแต่เม.ย.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท โรงกลั่นน้ำมันระยอง มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ตั้งแต่ เม.ย.48-ธ.ค.48) และมีอัตราค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 25,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.47-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานกรรมการบริษัท พีทีที ฟีนอล มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 20,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานกรรมการบริษัท พีทีที โพลีเอทีลีน มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 20,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานกรรมการบริษัท พีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 20,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท.เคมีคอล จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 25,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.48-ธ.ค.48)
-ในฐานะกรรมการสรรหาบุคลากรบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 25,000 บาท (ตั้งแต่ก.พ.48-มี.ค.49)

วปอรอ.รุ่น 42 มีนายสถิต ลิ่มพงศ์พันธุ์ อธิบดีกรมศุลกากรและประธานกรรมการบมจ.ทีโอที ซึ่งรุ่นนี้มีนายจิตรพงษ์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ปตท.ร่วมอยู่ด้วย

ซึ่งนายจิตรพงษ์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ปตท. นี้ เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ ถึง 5 แห่ง ประกอบด้วย
-ในฐานะกรรมการบริษัท ผลิตไฟฟ้าและนำเย็น จำกัด มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (ตั้งแต่ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานกรรมการบริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (ตั้งแต่พ.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท พีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 15,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 25,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.47-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท.จำหน่ายก๊าซธรรมชาติ จำกัด มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 20,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.48-มี.ค.49)

วปอรอ.รุ่น 43 มีคนดังอย่างนายไกรสีห์ กรรณสูต ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), นายสมประสงค์ บุญยะชัย จากเอไอเอส ซึ่งในรุ่นนี้มีทั้งนายพิชัย ชุณหวชิร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ปตท. และนายธงทอง จันทรางศุ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมเข้าร่วมด้วย

ซึ่งนายพิชัย ชุณหวชิร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ปตท. นี้ เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ ถึง 12 แห่ง ประกอบด้วย
-ในฐานะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 25,000 บาท (ตั้งแต่ก.ย.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการการไฟฟ้านครหลวง มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ตั้งแต่มี.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท โรงกลั่นน้ำมันระยอง มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ตั้งแต่ เม.ย.48-ต.ค.48)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 25,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท.เคมีคอล จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริหารกฟผ. มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ตั้งแต่ก.ค.48-ก.พ.49)
-ในฐานะประธานกรรมการบริหารความเสี่ยงปตท.สผ. มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 31,250 บาท (ม.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริหารความเสี่ยงกฟภ. มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ตั้งแต่มี.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ การไฟฟ้านครหลวง มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ก.พ.2549)
-ในฐานะคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน การไฟฟ้านครหลวง มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ตั้งแต่ก.ค.48-ส.ค.48)
-ในฐานะคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร การไฟฟ้านครหลวง มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ม.ค.49)

ส่วนนายธงทอง จันทรางศุ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ ถึง 8 แห่ง ประกอบด้วย
-ในฐานะกรรมการบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้การจัดตั้งหอเกียรติภูมิทางสื่อสารมวลชน อสมท. มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (มี.ค.49)
-ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน อสมท. มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ตั้งแต่ส.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการสรรหากก.ผจก.ใหญ่ อสมท. มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (เม.ย.48) และประธานกรรมการสรรหากก.ผจก.ใหญ่ อสมท. มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (มี.ค.49)
-ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อดำเนินการจ้างที่ปรึกษา อสมท. มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (ตั้งแต่เม.ย.48-พ.ค.48)
-ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ อสมท. มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (ตั้งแต่ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะคณะอนุกรรมการพิจารณาด้านกฎหมาย อสมท. มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ก.ค.48)
-ในฐานะคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงาน อสมท. มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ก.ย.48-มี.ค.49)

นอกจากนี้ยังมีบรรดาข้าราชการระดับสูงและอดีตข้าราชการที่เติบใหญ่และวนเวียนรับใช้ “ระบอบทักษิณ” อีกหลายคน เช่น

1.นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ รวม 19 แห่ง มีรายได้จากค่าเบี้ยประชุม แยกเป็น
-ในฐานะรองประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ม.ค.48-มิ.ย.48)
-ในฐานะประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ก.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานกรรมการบริษัท สหโรงแรมไทยและการท่องเที่ยว จำกัด มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 7,500 บาท (ม.ค.48-มี.ค.48)
-ในฐานะประธานกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ต.ค.47-มี.ค.49) ที่มีพล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ เพื่อนร่วมรุ่นนรต.26 รุ่นเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
-ในฐานะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 56,250 บาท (ม.ค.48-ก.ย.48)
-ในฐานะรองประธานกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 28,125 บาท (ต.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะรองประธานกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 6,750 บาท (ต.ค.47-ธ.ค.48) และอัตราค่าเบี้ยประชุม 33,750 บาท (ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 20,000 บาท (ต.ค.47-มี.ค.49)
-ในฐานะรองประธานกรรมการของธนาคารแห่งประเทศไทย มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 6,750 บาท (ต.ค.47-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินงานของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 2,000 บาท (เม.ย.48-ต.ค.48)
-ในฐานะประธานกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินงานของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 15,000 บาท (พ.ย.48-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานกรรมการสรรหาผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 1,250 บาท (มี.ค.48)
-ในฐานะกรรมการสรรหาผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 375 บาท (ม.ค.48)
-ในฐานะประธานกรรมการกำกับกลยุทธ์ ของการบินไทย มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (เม.ย.48-ส.ค.48)
-ในฐานะกรรมการธรรมาภิบาลของการบินไทย มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (มิ.ย.48-ก.ค.48)
-ในฐานะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายกนก อภิรดี (ดีดีการบินไทย) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ก.พ.48-เม.ย.48)
-ในฐานะคณะกรรมการบริหาร การบินไทย มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 5,000 บาท (ส.ค.48-พ.ย.48)
-ในฐานะประธานคณะกรรมการเพิ่มศักยภาพการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การบินไทย มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 6,250 บาท (ก.ย.48-พ.ย.48)
-ในฐานะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ของการบินไทย มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 5,000 บาท (พ.ย.48)
-ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรของการบินไทย มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 11,250 บาท (ก.ค.48-ก.ย.48) และมีอัตราค่าเบี้ยประชุม 5,625 บาท (ต.ค.48-พ.ย.48)
-ในฐานะกรรมการในคณะอนุกรรมการพิจารณาแต่งตั้งกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงของการบินไทย มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 22,500 บาท (มิ.ย.48)

2.นายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา อธิบดีกรมบัญชีกลาง และอดีตประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ ที่ออกมาปกป้องรัฐบาลทักษิณ เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ 6 แห่ง มีรายได้จากค่าเบี้ยประชุม แยกเป็น
-ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน มีค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (ม.ค.48-มี.ค.49) ซึ่งมีนายกรพจน์ อัศวินวิจิตร เป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสิน
-ในฐานะประธานกรรมการบริษัท ส่งเสริมธุรกิจเกษตรกรไทย มีค่าเบี้ยประชุม 7,500 บาท (พ.ค.48-ธ.ค.48)
-ในฐานะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ต.ค.47-มิ.ย.48)
-ในฐานะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ม.ค.48-พ.ค.48)
-ในฐานะกรรมการสรรหาผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย มีค่าเบี้ยประชุม 1,000 บาท (ต.ค.47-พ.ย.47)
-ในฐานะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย มีค่าเบี้ยประชุม 1,000 บาท (พ.ย.47-ก.ย.48)

3.นายวุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ต้องติดตามพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปประชุมตามที่ต่างๆ อยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นคนที่พิจารณาเรื่องงบประมาณ เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ รวม 16 แห่ง มีรายได้จากค่าเบี้ยประชุม แยกเป็น
-ในฐานะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 8,000 บาท (ต.ค.47) ที่มีพล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ เพื่อนร่วมรุ่นนรต.26 รุ่นเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
-ในฐานะกรรมการในบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 5,000 บาท (ต.ค.47-ก.ค.48)
-ในฐานะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 50,000 บาท (พ.ย.47-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 25,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จักดารใหญ่ ทอท. มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (มี.ค.48-ก.ย.48)
-ในฐานะกรรมการพิจารณารายได้ของทอท. มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (พ.ย.47-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานกรรมการคัดเลือกผู้ประกอบกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีค่าเบี้ยประชุม 75,000 บาท (ก.พ.48-ก.ย.48)
-ในฐานะประธานกรรมการสรรหากรรมการของทอท. มีค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (ต.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานคณะกรรมการบรรษัทภิบาล ของปตท.สผ.มีค่าเบี้ยประชุม 31,250 บาท (มี.ค.48-ธ.ค.48)
-ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาการเงินและการลงทุนของทอท. มีค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะคณะอนุกรรมการพิจารณากำหนดค่าตอบแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ของทอท. มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (พ.ย..48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการปรับปรุงคุณภาพการบริหารลูกค้า การบินไทย มีค่าเบี้ยประชุม 25,000 บาท (ส.ค.48) และมีค่าเบี้ยประชุม 5,000 บาท (ก.ย.48)
-ในฐานะคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการลงทุนบริษัท ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (พ.ค.48) และมีค่าเบี้ยประชุม 5,000 บาท (ต.ค.48-ธ.ค.48)
-ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมการกำกับนโยบายการจัดซื้อน้ำมันอากาศยาน ของการบินไทย มีค่าเบี้ยประชุม 11,250 บาท (ก.พ.48-ก.ค.48) และมีค่าเบี้ยประชุม 5,625 บาท (ส.ค.48-พ.ย.48)

4.พล.อ.อ.ณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ พี่ชายพล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อนร่วมรุ่นพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ รวม 6 แห่ง มีรายได้จากค่าเบี้ยประชุม แยกเป็น
-ในฐานะประธานคณะกรรมการสถาบันการบินพลเรือน มีค่าเบี้ยประชุม 7,500 บาท (ต.ค.47-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ต.ค.47-พ.ย.47)
-ในฐานะรองประธานกรรมการโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีค่าเบี้ยประชุม 1,125 บาท (ต.ค.47-ม.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด มีค่าเบี้ยประชุม 8,000 บาท (ต.ค.47-ม.ค.49)
-ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ต.ค.48-มร.ค.49)
-ในฐานะรองประธานคณะกรรมการบริหารโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีค่าเบี้ยประชุม 563 บาท (ต.ค.47-ธ.ค.48)

5.นายพละ สุขเวช อดีตผู้ว่าการปตท. เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ รวม 9 แห่ง มีรายได้จากค่าเบี้ยประชุม แยกเป็น
-ในฐานะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 45,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.48-มี.ค.48) และมีอัตราค่าเบี้ยประชุม 50,000 บาท (ตั้งแต่เม.ย.48-ก.ย.48)
-ในฐานะประธานกรรมการบริษัท บางกอกโพลีเอทีลีน มีค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 25,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท.เคมีคอล จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานกรรมการบริษัท ไทยโอลีโอเคมี จำกัด มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานคณะกรรมการการเงินและการลงทุนของกฟผ. มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (ม.ค.48-พ.ค.48)
-ในฐานะรองประธานคณะกรรมการบริหาร กฟผ. มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 11,250 บาท (ส.ค.48-ธ.ค.48)
-ในฐานะกรรมการสรรหา ปตท. มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 20,000 บาท (ก.พ.48-ธ.ค.48)

6.นายมนู เลียวโพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ รวม 10 แห่ง มีรายได้จากค่าเบี้ยประชุม แยกเป็น
-ในฐานะกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย มีค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ม.ค.48-ก.ย.48)
-ในฐานะประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย มีค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 45,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.48-มี.ค.48)
-ในฐานะประธานกรรมการบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 31,250 บาท (ตั้งแต่ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท.เคมีคอล จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริหารธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ก.พ.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการสรรหาผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย มีค่าเบี้ยประชุม 1,000 บาท (มี.ค.49)
-ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนปตท. มีค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย มีค่าเบี้ยประชุม 2,500 บาท (ก.พ.48-ธ.ค.48)
-ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีค่าเบี้ยประชุม 1,250 บาท (ต.ค.47-ธ.ค.47)

7.นายปรัชญา ภิญญาวัธน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ปตท. เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ รวม 6 แห่ง มีรายได้จากค่าเบี้ยประชุม แยกเป็น
-ในฐานะกรรมการบริษัท โรงกลั่นน้ำมันระยอง มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ตั้งแต่ ม.ค.48-ธ.ค.48) และมีอัตราค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท พีทีที ฟีนอล มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 15,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท พีทีที โพลีเอทีลีน มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 15,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท พีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 15,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท บางกอก โพลีเอทีลีน มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท.เคมีคอล จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)

8.นายอดิเทพ พิศาลบุตร ผู้บริหาร ทีโอซี เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ รวม 10 แห่ง มีรายได้จากค่าเบี้ยประชุม แยกเป็น
-ในฐานะกรรมการบริษัท พีทีที ฟีนอล มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 15,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท พีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 15,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท บางกอก โพลีเอทีลีน มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 20,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท พีทีที โพลีเอทีลีน มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 15,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท.เคมีคอล จำกัด (มหาชน) มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ไทยโอลีโอเคมี จำกัด มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 25,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานกรรมการบริษัท ไทยเอทานอลเอมีน จำกัด มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 25,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 15,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานกรรมการบริษัท ทีโอซี ไกลคอล จำกัด มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานกรรมการบริษัท ไทยโคลีนคลอไรด์ จำกัด มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 25,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)

9.นายอนนต์ สิริแสงทักษิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ปตท. เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ รวม 5 แห่ง มีรายได้จากค่าเบี้ยประชุม แยกเป็น
-ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท.จำหน่ายก๊าซธรรมชาติ จำกัด มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 15,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท บางกอก โพลีเอทีลีน มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 20,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท พีทีที โพลีเอทีลีน มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 15,000 บาท (ตั้งแต่ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท โรงกลั่นน้ำมันระยอง มีอัตราค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ตั้งแต่ ม.ค.48- มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย มีค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ม.ค.48-มี.ค.49)

10.นายศานิต ร่างน้อย รองปลัดกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ รวม 9 แห่ง มีรายได้จากค่าเบี้ยประชุม แยกเป็น
-ในฐานะกรรมการบริษัท สหโรงแรมไทยและการท่องเที่ยว มีค่าเบี้ยประชุม 6,000 บาท (ม.ค.48-เม.ย.48) และในฐานะประธานกรรมการ มีค่าเบี้ยประชุม 7,500 บาท (พ.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ จำกัด (มหาชน) มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ม.ค.48-เม.ย.48)
-ในฐานะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ส.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการในองค์การเภสัชกรรม มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (มิ.ย.48-พ.ย.48)
-ในฐานะกรรมการสรรหา ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม มีค่าเบี้ยประชุม 1,000 บาท (มี.ค.48-เม.ย.48)
-ในฐานะคณะกรรมการสรรหา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ส.ค.48)
-ในฐานะคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (พ.ย.48)
-ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหา ผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม มีค่าเบี้ยประชุม 1,250 บาท (ม.ค.48-ธ.ค.48)
-ในฐานะคณะอนุกรรมการสรรหาผู้จัดการใหญ่บริษัท ขนส่ง จำกัด มีค่าเบี้ยประชุม 1,000 บาท (ธ.ค.48-มี.ค.49)

11.นายสมชัย สัจจพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ รวม 6 แห่ง มีรายได้จากค่าเบี้ยประชุม แยกเป็น
-ในฐานะกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ก.พ.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน มีค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ม.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน มีค่าเบี้ยประชุม 6,000 บาท (ต.ค.47-ก.ย.48)
-ในฐานะกรรมการบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ มีค่าเบี้ยประชุม 30,000 บาท (ม.ค.49-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการเปรียบเทียบของกลต. มีค่าเบี้ยประชุม 3,000 บาท (มี.ค.48-มี.ค.49)
-ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ม.ค.48-ธ.ค.48)

12.นายสามารถ ยลภัคย์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ รวม 16 แห่ง มีรายได้จากค่าเบี้ยประชุม แยกเป็น
-ในฐานะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีค่าเบี้ยประชุม 8,000 บาท (ต.ค.47-พ.ย.47)
-ในฐานะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) มีค่าเบี้ยประชุม 5,000 บาท (ต.ค.47-ก.ค.48)
-ในฐานะประธานคณะกรรมการบริษัท ขนส่ง จำกัด มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ต.ค.47-เม.ย.48)
-ในฐานะประธานคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย มีค่าเบี้ยประชุม 12,500 บาท (พ.ย.47-มี.ค.49)
-ในฐานะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย มีค่าเบี้ยประชุม 1,000 บาท (ต.ค.47-พ.ย.47)
-ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการเดินรถระหว่างประเทศ บริษัท ขนส่ง จำกัด มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ต.ค.48-ก.ย.48)
-ในฐานะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานบัตรงานผู้จัดการบริษัท ขนส่ง จำกัด มีค่าเบี้ยประชุม 8,000 บาท (มี.ค.48-ก.ย.48)
-ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน มีค่าเบี้ยประชุม 1,250 บาท (ต.ค.47-ก.ย.48)
-ในฐานะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย มีค่าเบี้ยประชุม 1,000 บาท (พ.ย.47-ก.ย.48)
-ในฐานะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้จัดการใหญ่ ทอท. มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (มี.ค.48--ก.ย.48)
-ในฐานะกรรมการพิจารณารายได้ของทอท. มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ก.พ.48--ก.ย.48)
-ในฐานะกรรมการพิจารณาปรับตำแหน่งของทอท. มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (พ.ย.47--ก.ย.48)
-ในฐานะกรรมการกำกับการบริหารโครงการก่อสร้าง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ก.พ.48--ก.ย.48)
-ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับกลยุทธ์ บริษัท ขนส่ง จำกัด มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ก.พ.48-มี.ค.48)
-ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการอุทธรณ์ บริษัท ขนส่ง จำกัด มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (เม.ย.48)
-ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงค่าตอบแทนพนักงาน บริษัท ขนส่ง จำกัด มีค่าเบี้ยประชุม 10,000 บาท (ก.พ.48-ก.ย.48)

ซัดวางระบบเครือข่ายให้แข็งแกร่ง-โชว์ภาพ "คนมีบารมี"

นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานบริหารเครือโอเรียนเต็ล มาร์ท กรุ๊ป ประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า เท่าที่ดูจากเอกสารหลักฐานพบว่า มีการสร้างเครือข่ายวางกันเป็นขบวนการให้ครอบคลุมในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน-การเงินการคลัง-คมนาคม ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักสำคัญด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลทักษิณ เพราะจะเห็นว่า ใน 3 เรื่องใหญ่เหล่านี้จะพยายามส่งรัฐมนตรีที่เป็นคนของตัวเองและสั่งได้เข้าไปนั่งกุมฐานอำนาจไว้ จากนั้นก็เลือกบรรดาข้าราชการที่คิดว่า เข้าพวกกันได้เข้ามา เพื่อขยายเครือข่ายของระบอบทักษิณให้แข็งแกร่ง

“หากมองกันอย่างเป็นระบบแล้ว ถือว่า น่ากลัวมาก เพราะเป็นการยึดกุมฐานเศรษฐกิจที่สำคัญเอาไว้ ที่สำคัญเมื่อดูสายสัมพันธ์ของแต่ละคนแล้ว ล้วนมีความโยงใยเกี่ยวข้องสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน โดยมีฐานใหญ่อยู่ที่การวางเป้าหมายไว้ที่การเรียนในวปรอ.ซึ่งจะเห็นได้ว่า มีหลายรุ่นที่เชื่อมโยงกัน และรัฐมนตรีหลายคนก็เคยผ่านหลักสูตรนี้มาแล้ว พอก้าวเข้ามาบริหารประเทศ ก็ต้องอาศัยพรรคพวกของตัวเองที่รู้จักกันมาก่อน มาเป็นมือเป็นไม้ในการดำเนินการต่างๆ เพราะอย่างน้อยก็พูดจากันรู้เรื่องมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นภาพชัดเจนว่า ใครกันแน่ที่มีบารมีมากที่สุด โดยเป็นคนมีบารมีที่อยู่ในลัทธิทักษิณเป็นหลัก ไม่ใช่คนมีบารมีที่อยู่นอกรัฐธรรมนูญเหมือนที่ใครบางคนพยายามโยงใยแน่”นายเอกยุทธกล่าว
ขี้ข้าไอ้ทักษ์ มันหากินกันแบบนี้เอง
 

Today's Me-menu /Me-voices menu

 

 

SLD.wav