http://www.navy22.com/webboard/show.php?Category=navy22&No=871

"ท่านคิดเหมือนผมหรือไม่ ?"

เป็นบทความที่เขียนโดย ท่านพลเอกหาณ ลีลานนท์ อ่านแล้วทำให้อยากได้ท่านมาเป็นผู้นำในการดับไฟใต้จังเลย ลองอ่านดูครับ อ่านจบแล้ว..."ท่านคิดเหมือนผมหรือไม่ ?"

คืนวันที่ 30 สิงหาคม 2548 อิหม่ามสะตอปา ยูโซะ บ้านละหาน หมู่ 8 ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ถูกยิงตาย หลังจากนั้นเพียงวันเดียว 31 สิงหาคม 2548 ก็มีชาวบ้านจาก 3 หมู่บ้านในอำเภอสุไหงปาดี และ 2 หมู่บ้าน ของอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส รวมแล้ว 131 คน ได้พากันอพยพข้ามพรมแดนด้านอำเภอตากใบ และสุไหงโก-ลก ไปรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ด้วยเหตุผลว่า หวาดกลัวเจ้าหน้าที่

ผู้เขียนและทีมงานไปถึงบ้านละหาน ในวันที่ 14 กันยายน 2548 พบแต่ความเงียบเหงา ผู้ใหญ่บ้านซึ่งได้ติดต่อไว้ล่วงหน้า ก็ไม่ปรากฏตัว จากถนนดำเราลงเดินผ่านมัสยิดไปเล็กน้อย ก็ถึงบ้านอิหม่าม ประมาณ 30 เมตร ประตูบ้านถูกปิดติดกุญแจ ขณะที่รอให้คนไปตามเจ้าของบ้านคือภรรยาอิหม่าม พวกเราก็ตรวจหาหลักฐาน พบว่าอิหม่ามถูกยิงตายคาบันไดขั้นที่ 3 คนร้ายซุ่มยิงจากป่าซึ่งเป็นรั้วข้างบ้าน ห่างไปประมาณ 15 เมตร

รอยกระสุนนัดที่เห็นที่ขั้นบันไดนั้นทำให้เชื่อว่า เป็นกระสุนปืนสงครามเพราะยิงทะลุไม้แผ่นที่เป็นแม่บันไดหนา 2 นิ้วครึ่ง

ส่วนรอยกระสุนอื่นๆ ไม่มีปรากฏ จากรอยกระสุนที่ถากพื้นบันไดขั้นที่ 3 ไปทะลุราวบันไดทำให้รู้ทิศทางปืนของคนร้ายและจุดที่คนร้ายนั่งซุ่มยิง ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร โดยอาศัยซุ้มไม้เตี้ยๆ

ขอสังเกตตอนนี้ก็คือ หนึ่ง ทำไมไม่มีรอยเลือดที่ขั้นบันได

สอง รอยกระสุนนัดนั้นเพียงแค่ทำให้เกิดบาดเจ็บที่ก้น(อิหม่ามคงถูกยิงขณะที่นั่งอยู่ที่บันไดขั้นนั้น)

ขณะที่คอยด้วยความอดทนพร้อมกับหาหลักฐานต่างๆ ไปด้วย ผ่านไปประมาณชั่วโมง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหญิงก็ออกมาด้วยกิริยาและสายตาที่หวาดระแวง ไม่ค่อยให้คำตอบใดๆ ไม่ยอมให้ถ่ายรูป และเอาผ้าคลุมผมมาปิดหน้าตลอดเวลา

แต่ในที่สุด ก็พูดด้วยความอึดอัด ไม่ได้อะไรเป็นสาระ ผู้เขียนได้หาหลักฐานเพิ่มเติม สันนิษฐานได้ว่า คนร้ายออกมาจากหมู่บ้านแน่นอน

หลักฐานประกอบที่เป็นข้อน่าสังเกตที่ควรนำมาเขียนไว้ด้วย คือแผ่นผ้าโฆษณากล่าวโจมตีรัฐบาล เขียนด้วยอักษรไทยตัวใหญ่ๆ บนผ้าขนาด 3x1 เมตร ด้วยข้อความ "รัฐบาลนั่นแหละฆ่าอิหม่าม" แผ่นผ้าโจมตีรัฐบาลนี้ติดอยู่กับบ้านริมถนนก่อนถึงบ้านอิหม่าม หลังเกิดเหตุจนถึงวันที่เราไปถึงนับได้ 15 วันพอดี

เกิดคำถามให้คิดว่า บรรดาข้าราชการ ตำรวจ ทหารในพื้นที่ ทำไมไม่ปลดแผ่นป้ายโฆษณาโจมตีรัฐบาลเสียก็คงได้คำตอบว่าไม่มีใครสั่ง

โดยสามัญสำนึกข้าราชการสัญญาบัตรทุกคนน่าจะต้องปลดแผ่นผ้า โดยที่พวกก่อการร้ายกล่าวโจมตีนี้ออกเสียทันทีที่พบเห็น แล้วนำไปเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับหาตัวผู้กล่าวโจมตีรัฐบาลต่อไป และคิดหรือไม่ว่าท่านเป็นข้าราชการ แต่ท่านไม่ปฏิบัติงานตามหน้าที่ ท่านอาจถูกฟ้องศาลปกครองได้

เมื่ออิหม่ามสะตอปา ยูโซะ ตายก็ถูกนำไปฝังที่กุโบร์ตามพิธีกรรมทางศาสนาอิสลามทันทีภายใน 24 ชั่วโมง เชื่อว่ามิได้มีการกระทำใดๆ ให้ถูกขั้นตอนของการตายแบบไม่ปกติ เพราะเมียและลูกของอิหม่ามพูดผ่านทางสื่อว่า ก่อนตายอิหม่ามสั่งไว้ว่า ถ้าเขาตาย อย่าให้เจ้าหน้าที่เข้ามาเกี่ยวข้องและชันสูตรพลิกศพเป็นอันขาด ดังนั้น ในวันเกิดเหตุจึงไม่มีใครฝ่ายบ้านเมืองเห็นศพอิหม่าม

เวลาผ่านไปร่วมเดือน วันหนึ่งได้อ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ลงข่าว พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ กล่าวว่า อิหม่ามไม่มีตัวตน ก็ทำให้งงไม่น้อย จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ก็พบข่าวในหนังสือพิมพ์อีก ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสกล่าวว่า อิหม่ามไปรักษาตัวอยู่ที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

เมื่อนำจิ๊กซอว์ 3-4 ตัวเหล่านี้มาต่อกัน

1.ตั้งแต่รอยกระสุนปืนที่ถูกพื้นบันไดบ้าน(ถ้าเป็นจริงดังว่าอิหม่ามนั่งตรงนั้น) แสดงว่ากระสุนนัดนั้นถูกใต้ก้น(ไม่สาหัส)

2.ไม่มีใคร(เจ้าหน้าที่)เห็นศพอิหม่าม

3.คำพูดของ พลตำรวจเอก ชิดชัย รองนายกรัฐมนตรี ว่าอิหม่ามไม่มีตัวตน

4.คำพูดของผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ที่ว่าอิหม่ามไปรักษาตัวที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

เมื่อพิจารณาจิ๊กซอว์ให้รอบคอบประกอบกับคำบอกกล่าวของภรรยาและลูกว่า อิหม่ามสั่งไว้ว่า ถ้าเขาตายอย่าให้ใครมาดูศพ ทำให้เกิดคำถามว่า อิหม่ามตายจริงหรือไม่ ถ้าตายจริงเป็นการตายผิดปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ตายทั้งสองมือ(ฝ่ามือ) ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือทั้งสิบนิ้ว ต้องมีแพทย์ชันสูตรพลิกศพ ต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและนายอำเภอรับรองว่า ตายจริง ฯลฯ หลักฐานต่างๆ เหล่านี้ กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 แต่หลักฐานต่างๆ ที่กล่าวนี้ หาไม่ได้เพราะไม่มีการปฏิบัติในการตายของอิหม่ามสะตอปา ยูโซะ อีกทั้งเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ของ แพทย์หญิงคุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ไม่มีโอกาสได้เข้าไปทำงานเลย

เพราะฉะนั้น กรณีการตายของอิหม่ามก็ต้องพิสูจน์กันว่า ในหลุมศพนั้นเป็นศพใครหรือเป็นศพอิหม่ามหรือไม่ก็ต้องเป็นหน้าที่ของร้อยเวรของสถานีตำรวจภูธรอำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ที่จะต้องทำรายงานขออำนาจศาล ขุดศพขึ้นมาเพื่อชันสูตรพลิกศพ แล้วรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบภายใน 30 วัน

ตั้งแต่เกิดเหตุร้ายที่บ้านตันหยงลิมอ ตำบลตันหยงลิมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 20-21 กันยายน 2548 ทำให้ชาวบ้านตาย 2 ทหารนาวิกโยธินตาย 2 ได้ยินนายกฯทักษิณบ่นทำนองว่า เดี๋ยวนี้ทหารทำอะไรดูเก้ๆ กังๆ ไปหมด แปลว่าไม่แน่ใจหรือไม่เฉียบขาด หรือไม่กล้าตัดสินใจให้ทันเหตุการณ์ ทุกคนต่างก็รอคำสั่งตามลำดับชั้น

ผู้เขียนตอบคำถามนี้ได้เลย ตั้งแต่การจัดตั้งกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัด และกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขอำเภอขึ้น ที่ระดับกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดมีนายทหารยศระดับรองแม่ทัพ(พล.ต.) ไปเป็นรองผู้อำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัด และที่ระดับอำเภอซึ่งมีนายอำเภอเป็นผู้อำนวยการเสริมสร้างสันติสุขอำเภอก็เอาผู้บังคับกองพัน ยศพันโท ไปเป็นรองผู้อำนวยการเสริมสร้างสันติสุขอำเภอ โดยสรุปคือ ระดับจังหวัด เอาผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชารองแม่ทัพ ระดับอำเภอ เอานายอำเภอเป็นผู้บังคับบัญชาผู้บังคับกองพันทหาร

นี่คือสาเหตุที่ทำให้หน่วยทหารและผู้บังคับบัญชาทหารเสียคุณลักษณะของทหารไปโดยสิ้นเชิง เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจยิ่งนัก เพราะไม่มีการจัดการที่ไหนในการประเทศใดในโลก ที่เอาพลเรือนมาบังคับบัญชาหน่วยทหาร เว้นแต่ระดับสูงสุด เช่น นายกรัฐมนตรีหรือประธานาธิบดี ที่ควบคุมนโยบายทางการเมืองของชาติ

เมื่อมีการจัดตั้งกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัด และกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขอำเภอใหม่ๆ มีการฝึกซ้อมการทำงานให้กระฉับกระเฉง เอาระบบการฝึกของทหารมาใช้ที่เรียกว่า การฝึกซีพีเอ็กซ์(Command Post Exercise) เรียกว่าการฝึกที่บังคับการ เป็นการฝึกการปฏิบัติกันทางเอกสาร ตอบโต้กันมิได้มีการเคลื่อนย้ายกำลังแต่อย่างใด แต่สามารถทำความเข้าใจกันได้เร็วและประหยัด ก็ขอชมเชยที่มีการริเริ่มขึ้น เพราะทำให้เข้าใจได้ง่ายในระบบการทำงานที่เป็นของใหม่สำหรับพลเรือน เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่เป็นผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอำนวยการ

ปรากฏว่าที่ระดับอำเภอ ก็มีนายทหารระดับผู้บังคับหมวดที่ผู้บังคับกองพันได้จัดไว้เป็นที่ปรึกษาของนายอำเภอ ทำหน้าที่ตอบโต้กับทางกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุข ตามสถานการณ์ที่สมมุติขึ้นโดยนายอำเภอเป็นผู้ลงนาม ไปยังหน่วยเหนือเท่านั้น เป็นการยืนยันที่ชัดเจนว่าในสถานการณ์รบนั้น ไม่สามารถใช้พลเรือนควบคุมสถานการณ์ได้

สถานการณ์ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้เป็นสถานการณ์รบ เป็นสถานการณ์สงครามที่ไม่ประกาศเป็นการก่อการร้ายแนวใหม่ ที่เรียกว่านีโอเทอเรอริซึม หรือการก่อการร้ายที่ไร้ผู้นำ ไม่มีวันที่จะแก้ไขได้ด้วยการเอาพลเรือนมาควบคุมหน่วยทหารและระบบการทำงานของทหารได้

การทำงานร่วมกันของกำลังพลเรือน ตำรวจและทหารเกิดขึ้น ณ โอกาสใด แผนการยุทธ์ใด ทหารเท่านั้นต้องเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยนั้น และทหารเท่านั้นเป็นผู้วางแผน ทั้งงานการทหารและงานการเมือง(กิจการพลเรือน)

บทเรียนแห่งความสำเร็จนี้กองทัพบกได้พิสูจน์แล้วในสงครามเย็นในอดีต ผู้บังคับหน่วยทหารระดับสูง เช่นแม่ทัพหรือผู้บัญชาการเหล่าทัพต้องมีความคิดทั้งด้านการเมืองและการทหาร คำว่าการเมืองนำการทหารนั้น มิได้หมายความว่า การทหารต้องปฏิบัติการตามหลังการเมือง เปล่าครับ ทหารอาจทำตามวิธีทหารก่อนด้วยความรุนแรงและเฉียบขาดก็ได้ เพื่อปลดปล่อยอำนาจโจรที่ควบคุมประชาชนอยู่ คือทำให้ประชาชนชาวบ้านกลับมายืนข้างรัฐบาล หายหวาดกลัวโจรที่อยู่ในบ้าน ง่ายๆ คือขับไล่โจรออกจากหมู่บ้าน

เปรียบได้ว่าผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารมีสองหมัด คือหมัดการเมืองและหมัดการทหาร ต่อยด้วยหมัดไหนก่อนให้ชนะก็เอาหมัดนั้น ถึงจะต้องใช้หมัดการทหารก่อนก็เพื่อผลทางการเมือง และต้องทำทันที การไม่ต้องทำสงครามให้ชนะสงครามที่เกิดขึ้นแล้วที่สามจังหวัดขณะนี้ไม่สำเร็จแน่นอน ดังเช่น ที่รอการสมานฉันท์ทุกวันนี้ ซึ่งมีแต่รอให้กองกำลังของโจรก่อการร้ายเติบโตขึ้นและปฏิบัติการทางทหารรุนแรงมากขึ้น

ยังไม่รู้สึกกันอีกหรือว่ามีการซุ่มยิงหน่วยทหารด้วยอาวุธสงครามมากขึ้น ก่อการวินาศกรรมด้วยระเบิดที่มีอำนาจทำลายสูงมากขึ้น ทำลายชีวิตประชาชนชาวบ้าน ไม่เลือกว่าเป็นพุทธหรือมุสลิม รวมทั้งตำรวจ ทหาร ตั้งแต่ต้นปี 2548 เป็นต้นมา มียอดเสียชีวิต 800 ศพแล้ว

รีบแก้ไขการจัดกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัด

อย่าเอารองแม่ทัพไปเป็นรองผู้อำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัด ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชา

ทำนองเดียวกับกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขอำเภอ อย่าเอาผู้บังคับกองพันทหารราบไปเป็นรองผู้อำนวยการเสริมสร้างสันติสุขอำเภอ ซึ่งมีนายอำเภอเป็นผู้บังคับบัญชา ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้สายการบังคับบัญชาของทหารจากแม่ทัพลงไปหน่วยทหารขาดตอน หน่วยทหารในพื้นที่จะทำงานในลักษณะประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอในพื้นที่รับผิดชอบ

หากเป็นดังนี้ทหารจะไม่เสียคุณลักษณะทหาร ไม่ทำอะไรเก้ๆ กังๆ ให้ขวางหูขวางตาท่านนายกฯทักษิณแน่นอน


โดยคุณ vinitaya [28-10-2005 12:03]

ก็แล้วความจริงเป็นฉันใด?

 

main page / what's new and update

The Great Pretender - The Platters