มุสลิมสืบทอดส่งต่อความโหดร้ายของโลกมุสลิมยุคกลางมาที่ภาคใต้ของไทย? โดยมีมุสลิมมลายูในเขตรอยต่อประเทศไทยกับรัฐกลันตรันประเทศมาเลย์เป็นพาหะ?

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=midnightuniv&topic=8476

ปฏิบัติการนักรบจารีต

เหตุการณ์วินาศกรรมกรุงลอนดอนที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๘ เป็นสัญญาณบ่งบอกแก่ผู้นำหลายประเทศว่า ขบวนการสู้รบที่พวกเขาต่างหวาดวิตกกันนั้นได้เปลี่ยนย้ายศูนย์กลางของการกระทำการไปยังภูมิภาคยุโรปตะวันตกเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่ก่อนหน้านี้จะอยู่ที่สหรัฐและตะวันออกกลาง แล้วแพร่กระจายออกไปตามแหล่งต่าง ๆ ที่มีเชื้อมูลของการก่อเหตุดำรงอยู่ [ รวมทั้งที่ภาคใต้ของไทยด้วย ] โดยในการย้อนไปสู่ซีกโลกตะวันตกครั้งนี้ มีนัยสำคัญที่แฝงมากับประเด็นปัญหาความรุนแรงอยู่ไม่น้อย

แรกสุดการบอมบ์กรุงลอนดอนนั้น ไม่ว่าเราจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม นั่นก็จัดเป็นการตอบโต้การครอบงำของระบบทุนนิยม ที่มีรากกำเนิดมาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมของโลกตะวันตกรูปแบบหนึ่ง แม้รูปแบบการพลิกบทบาทตัวเองจากผู้ถูกกระทำมาเป็น "ผู้กระทำการ" เช่นนี้ จะเคยถูกปฏิเสธมาเป็นเวลานาน แต่กล่าวได้ว่า นี่นับเป็นรูปแบบสามัญที่สุดที่จะเป็นไปได้ในขณะนี้ เนื่องจากตรรกของการเคลื่อนไหวล้มล้างระบบทุนยุคก่อน เช่น สังคมนิยม เกิดการพังพ่ายลงอย่างเห็นได้ชัด

แง่หนึ่งจึงต้องยอมรับว่าด้วยเงื่อนไขข้อจำกัดของ "ทางเลือก" ที่มีอยู่เพียงน้อยนิดนี้ ย่อมเป็นโอกาสอันงามแก่ขบวนการอื่นที่มีศักยภาพมากพอได้ก้าวขึ้นมาแสดงบทบาทของตน เช่นเดียวกับที่แนวสังคมนิยมในอดีตก็ก้าวขึ้นมาชิงการนำจากแนวทางอื่น ๆ


ข้อที่ต่างกันอยู่บ้างก็คือ แนวสังคมนิยมจะอาศัยการเรียนรู้และซึมซับเอาบทเรียนจากขบวนการอื่น ๆ ที่มีมาก่อนหน้านั้น กรณีอิสลามสู้รบ, เรียกได้ว่ามีความบกพร่องในเรื่องนี้ เห็นได้จากการที่ขาดการติดต่อเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเมืองภาคประชาชน และการเลือกที่จะใช้แนวทางก่อเหตุรุนแรง ก็พิสูจน์โดยนัยแล้วว่า บทบาทคุณูปการของการเมืองภาคประชาชนที่ผ่านมา ไม่ได้ส่งผลสะเทือนต่อขบวนการต่อต้านระบบทุนล่าสุดนี้ อีกทั้งแนวทางการใช้ความรุนแรงที่ปรากฏเป็นข่าวในรอบ ๒ - ๓ ปีที่ผ่านมา ย่อมไปด้วยกันไม่ได้กับการเมืองทางเลือกที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน

ตรงข้ามการก่อเหตุระเบิด การฆ่าตัดคอ จับตัวประกัน ลอบยิง ฯลฯ ล้วนแล้วแต่สมควรประณาม ทั้งยังสร้างความชอบธรรมให้แก่รัฐในการปราบปรามด้วยกำลังรุนแรงดุจกัน ซึ่งนั่นก็ทำลายความสงบสุขไม่แพ้การก่อการร้ายจริง ๆ เช่นกัน อย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้เจ้าหน้าที่อังกฤษระหว่างไล่ล่าผู้ต้องหา ได้สังหารผู้บริสุทธิ์ด้วยการยิงศีรษะถึง ๕ นัด และที่รัฐบาลทักษิณเองก็ประกาศใช้ พรก. ออกมาหลังจากเกิดเหตุระเบิดหลายแห่งในตัวเมืองยะลา…

แน่นอนว่าประสบการณ์ของขบวนการดังกล่าว [เช่นกลุ่มอัลเคดา ของนายอูซามะ บินลาเดน ] ส่วนหนึ่งได้รับจากการที่เคยร่วมมือกับสหรัฐและฝ่ายโลกเสรีเอง ในการต้านทานแสนยานุภาพทางทหารของโซเวียตยุคสงครามเย็น กระทั้งมีพัฒนาการการจัดองค์กรตลอดจนเครือข่ายการปฏิบัติงานที่เข้มแข็ง และเมื่อศัตรูเดิม เช่น สหภาพโซเวียต และโลกสังคมนิยมล่มจมลง พวกเขาจึงหันมาหาศัตรูใหม่ที่คุ้นเคยกันดี ซึ่งก็คือ สหรัฐ และทุนนิยมตะวันตกนั่นเอง



ผนวกกับที่ภายในโลกมุสลิม ได้เกิดกระแสความเคลื่อนไหวที่เรียกร้องให้มีการฟื้นฟูศาสนาอิสลาม [Islamic Revivalism] ขึ้น กระแสเรียกร้องนี้มีบทบาทผลักดันให้ชาวมุสลิมหันมาประพฤติตนตามจารีตคำสอนเดิมอย่างเคร่งครัด เพื่อต่อต้านอิทธิพลของทุนนิยมตะวันตกที่กำลังบ่อนเซาะอัตลักษณ์มุสลิมที่เคยมีมา

Daneil Pipes ในงานที่ชื่อ "In the Path of God : Islam and Political Power" ได้สะท้อนประเด็นน่าสนใจที่ว่า ในกระบวนการเคลื่อนไหวเพื่อฟื้นฟูศาสนาอิสลามที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ หลังจากกลุ่มประเทศอาหรับพ่ายแพ้สงครามต่ออิสราเอลในปี 1967 [พ.ศ.๒๕๑๐] ซึ่งแม้สงครามกับอิสราเอลในอีกไม่กี่ปีต่อมาเช่น ปี1973 [๒๕๑๖] กลุ่มประเทศอาหรับจะมีชัยชนะสามารถกอบกู้เกียรติภูมิของตนกลับคืนมาได้ แต่ต่างก็รู้ดีกันว่าชัยชนะที่แท้จริงนั้นยังมาไม่ถึง

เนื่องจากสหรัฐและฝ่ายโลกเสรีที่มีอิทธิพลหนุนหลังอิสราเอล ให้ก่อกวนผลประโยชน์ของชาวมุสลิมในตะวันออกกลางยัง เป็นศัตรูตัวใหญ่ที่ไม่อาจท้าทายได้มากนัก ปัญญาชนของขบวนการฟื้นฟูอิสลามจึงวิพากษ์โจมตีอารยธรรมตะวันตก ที่ให้ความสำคัญกับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ละเลยคุณค่าความเป็นมนุษย์ ค่านิยมดั้งเดิม และศีลธรรมทางศาสนา เป็นสาเหตุของความเสื่อมโทรมด้านต่าง ๆ ในสังคมวัฒนธรรม

ฉะนั้นจึงปรากฏมีการเรียกร้องต่อชาวมุสลิมด้วยกันให้ ทำการต่อต้านแนวทางการพัฒนาแบบทุนนิยมตะวันตก พร้อมกันนั้นก็ให้ยึดมั่นต่อหลักคำสอนทางศาสนาและวัฒนธรรมดั้งเดิม ในกระบวนการกำหนดแนวทางการพัฒนาประเทศ เพื่อสร้างความเจริญมั่งคั่งบนวิถีทางที่แตกต่างจากทุนนิยมตะวันตก


โดยเป้าหมายสูงสุดนั้นจะอยู่ที่การสร้างบรรยากาศทางการสังคมการเมืองให้เปิดไปสู่การเป็นรัฐอิสลามอย่างสมบูรณ์ [Perfectly Islamic State] อันเป็นประชาคมในฝัน [Imagined Communities] ของชาวมุสลิมแต่ดั้งเดิม นัยหนึ่งก็คือเสนอให้มีการสร้างชาติโดยยึดถือจารีตทางศาสนานั่นเอง

ในงานวิชาการภาษาไทยหายากเช่น พิชัย เก้าสำราญ. "การฟื้นฟูอิสลามในไทย." ก็ได้เสนอต่อมาว่า สิ่งสำคัญที่เป็นพลังศรัทธาอย่างแรงกล้าแก่กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ที่ตกค้างมาแต่ครั้งสงครามเย็น จะอยู่ตรงที่พวกเขาเสนอตัวเป็นผู้ดำเนินแผนงาน เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการสร้างรัฐในจินตนาการดังกล่าว ซึ่งก็แตกต่างกันไปตามเงื่อนไขภายในของแต่ละประเทศ รวมถึงการให้ความหมาย [Identify] ของแต่ละกลุ่มผู้ปฏิบัติการ ขณะที่ผู้นำมุสลิมกลุ่มอื่นที่ประนีประนอมกับรัฐก็อาจปฏิเสธได้โดยง่ายว่า พวกหัวรุนแรงเหล่านี้ไม่ใช่ชาฮีดหรือนักรบศาสนา อ้างญิฮาดผิด บิดเบือนคำสอน ฯลฯ

กระนั้นก็ตาม ด้วยคุณลักษณะสำคัญที่ต่างไปจากขนบของการเมืองสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการอ้างตัวตนจากอุดมการณ์ทางศาสนามาใช้อธิบายเบื้องหลังปฏิบัติการ โดยที่ปฏิบัติการที่ว่านั้นมีนัยต่อต้านระบบสังคมการเมืองที่เป็นอยู่อย่างเห็นได้ชัด [อย่าลืมว่าในอดีตการเมืองกับศาสนาไม่ได้แยกจากกัน] การแต่งกายแบบเก่าด้วยผ้าปาเต๊ะ ไว้หนวดเครายาว สวมหมวกกะปิเยาะ ใช้ไม้ข่อยถูฟัน บางแห่งยังใช้ดาบเป็นอาวุธ อ้างยึดถือคำสอนทางศาสนาเป็นหลักนำในการดำเนินชีวิต เชื่อมั่นในสงครามปลดปล่อย และความตายเพื่อสิ่งนี้ถือเป็นเกียรติยศอันสูงส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการมี "พระเจ้า" เป็นสัจจะสัมบูรณ์สูงสุด มีความรักในเผ่าพันธุ์และมาตุภูมิ รวมถึงการมีความใฝ่ฝันถึงโลกใหม่ที่ยุติธรรมและสมบูรณ์แบบมากกว่าที่เป็นอยู่…

สิ่งเหล่านี้ เรียกได้ว่าเป็นของตกค้างจากยุคกลางแทบทั้งสิ้น แม้แต่รูปแบบการต่อสู้ด้วยวิธีใช้กำลังความรุนแรง เช่น การฆ่า การลอบสังหาร ตัดศีรษะประจาน ก็ล้วนแต่จัดเป็นรูปแบบการต่อสู้ของยุคก่อนสมัยใหม่ทั้งสิ้น นับเป็นความไร้น้ำยาของระบบสังคมการเมืองแบบสมัยใหม่ที่ไม่อาจขจัดอุดมการณ์ในแบบฉบับของนักรบแบบนี้ได้หมดสิ้นไป หรือไม่ก็อาจกล่าวอีกนัยได้ว่าไม่มีวันที่การเมืองสมัยใหม่จะประสบความสำเร็จในแง่นั้นเลย ดอนกีโฮเต้ของเซอร์วันเตส เป็นคนบ้าผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีวันตายก็ด้วยเหตุนี้ !?!


ตรงข้ามการต่อสู้อย่างป่าเถื่อนตามแบบยุคเก่าเหล่านี้ กลับสามารถขยายผลจนเติบใหญ่ได้ในระดับสากล มันเป็นข้อจำกัดหนึ่งของรูปแบบรัฐประชาชาติด้วย ที่ยึดถือการมีเขตแดนตายตัว ขณะที่นักรบยุคเก่านั้นจะสามารถเคลื่อนย้ายการปฏิบัติไปยังที่ต่าง ๆ อย่างยืดหยุ่น โดยไม่ยี่หระต่อพรมแดนหรืออาณาเขตของใคร ปราศจากศูนย์กลางที่แน่ชัด เวลาเกิดเหตุจึงไม่รู้ว่ามาจากทิศทางใด ไม่มีประเทศที่เป็นศูนย์อำนาจอย่างแท้จริง การที่อาฟกานิสถานและอิรักต่างถูกสหรัฐรุกรานจนพังยับเยินไป แต่ขบวนการสู้รบก็หาได้ยุติบทบาทลงไม่ เป็นสิ่งยืนยันประเด็นนี้

ไม่เพียงเท่านั้น, การต่อต้านทุนนิยมตะวันตกท่ามกลางกระแสความตกต่ำของแนวสังคมนิยม ยังมีผลทำให้นักรบเก่าในคราบใหม่เหล่านี้ กลายเป็นทางเลือกกระปลกกระเปลี้ยและอันตรายยิ่ง กรณีความเคลื่อนไหวที่ภาคใต้ของไทยนั้น กล่าวได้ว่าเป็นการปรับประยุกต์เข้ากับเงื่อนไขเฉพาะของประเทศไทย อาศัยประเด็นการแบ่งแยกดินแดน มีการใช้แนวคิดเรื่องชาติ ชาติพันธุ์ และอาณานิคมเชิงซ้อน มีประชาคมในฝันเป็นรัฐเอกราชที่จะพัฒนาสู่การเป็นรัฐศาสนาที่สมบูรณ์ในท้ายสุด

มีแนวคิดทฤษฎีที่เป็นระบบตามการตีความของตนเองทั้งจากคัมภีร์อัลกุรอาน และฮาดาส ไม่นับกับแนวคิดที่ถูกผลิตซ้ำผ่านบรรดาปัญญาชน โต๊ะครู อิหม่าม หรือแม้แต่นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาต่างประเทศ ปอเนาะบางแห่งถูกใช้เป็นโรงเรียนการเมือง การทหาร สำหรับบ่มเพาะผู้ปฏิบัติงาน มีองค์กรนำเป็นกลุ่มภายใต้ชื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น BRN.[Barisan Revolusi Nasional], BNPP.[Barisan Nasional Pembebasan Patani], GMIP.[Garakan Mujahidin Islam Patani], PULO.[Patani United Liberation Organization], และ Bersatu

นอกจากนี้ยังมีปฏิบัติการโดยใช้ยุทธวิธีสงครามกองโจรแบบลอบกัด บางกลุ่มมีลักษณะประนีประนอมเชื่อว่า สามารถต่อสู้ผ่านการเจรจาหรืออาศัยเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ [ฉบับ ๒๕๔๐] เป็นเครื่องต่อรองกับทางการเช่น Bersatu ที่มี ดร.วัน กาเดร์ เจ๊ะมาน เป็นผู้นำ กลุ่มนี้ถือได้ว่าเป็นกลุ่มปฏิรูปหรือลัทธิแก้อิสลามนักรบนั่นเอง โดยรวมแล้ว นับว่าเป็นขบวนการที่มีองค์ประกอบของขบวนการปฏิวัติแบบดั้งเดิมอย่างครบครันทีเดียว

ตัวเลขข้อมูลเกี่ยวกับอายุเฉลี่ยของผู้ปฏิบัติงาน จนถึงบางรายละเอียดเช่นการไม่ทิ้งหลักฐานแสดงความรับผิดชอบหลังจากปฏิบัติภารกิจได้เสร็จสิ้น ไม่มีการจับตัวเรียกค่าไถ่ หากแต่จะเน้นการฆ่าหรือไม่ก็วางระเบิด ไม่แสดงแม้แต่ชื่อกลุ่มเครือข่ายที่สังกัดด้วย ตรงนี้ผิดแปลกไปจากการปฏิบัติของบางกลุ่มเช่น PULO และ BRN ที่โด่งดังในอดีต

เบื้องต้นนั่นเป็นสิ่งยืนยันว่ามีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามารับช่วงต่อ ทั้งยังปฏิบัติการตามที่เห็นเหมาะสมและเป็นแบบฉบับของตน เยาวชนผู้เป็นสะพานเชื่อมเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เข้าสู่ระบบทุนไม่ได้ เพราะไม่ผ่านการศึกษาตามมาตรฐาน และท้ายสุดก็หางานทำไม่ได้ ในแง่นี้พวกเขาจึงไม่ได้เป็น [หรือเป็นไม่ได้] แม้กระทั้งชนชั้นคนงานตามระบบนี้ การเข้าร่วมขบวนการของพวกเขาจึงมีปัญหาพื้นฐาน [คือขาดความยุติธรรม] ในการดำเนินชีวิตรองรับและปลุกเร้ากันอยู่…

สำหรับฝ่ายรัฐบาล, ขอให้ตระหนักกันว่า รัฐบาลกำลังเผชิญอยู่กับขบวนการซึ่งมีลักษณะคล้ายขบวนการที่เคยสั่นสะเทือนโลกทั้งโลกมาแล้ว การดูเบาอย่างหยาบคายเช่นว่าแค่เรื่อง "โจรใต้" หรือ "โจรกระจอก" นั้น สะท้อนความผิดพลาดในการวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์อย่างไม่น่าจะเป็นเอาเลย

กำพล จำปาพันธ์

 

main page / what's new and update

American Pie - Don Mclean